ฟังธรรม เสียงธรรม เพลงธรรมะ นิทานธรรมะ ค้นหาเสียงธรรม โดยแบ่งเป็นชื่อของผู้เทศนา ได้ที่นี่

กลับไป   Buddhism Audio > สวดมนต์ คาถา - เพลง > สวดมนต์และพระคาถา
สวดมนต์และพระคาถา การสวดมนต์และเสียงสวดมนต์ บทสวดมนต์และพระคาถา

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม ค้นหาในกระทู้นี้ คะแนน: คะแนนของกระทู้: 1 โหวต, 5.00 ค่าเฉลี่ย. เรียบเรียงคำตอบ
เก่า 05-07-2006, 08:37 AM   #1
paang
ทีมผู้ดูแลเว็บบอร์ด (แป้ง)
 
paang's Avatar
 
วันที่สมัคร: Apr 2005
โพสต์: 12,491
ได้ให้อนุโมทนา: 28,861
ได้รับอนุโมทนา 50,021 ครั้ง ใน 7,225 โพส
ส่งข้อความผ่าน Yahoo ถึง paang
Default

เทศน์มหาชาติ


ไฟล์แนบข้อความ
ฟัง ชนิดของไฟล์: wma ves01.wma (6.21 MB, 11673 views)
ฟัง ชนิดของไฟล์: wma ves02.wma (7.51 MB, 6736 views)
ฟัง ชนิดของไฟล์: wma ves03.wma (7.82 MB, 5447 views)
ฟัง ชนิดของไฟล์: wma ves04.wma (6.05 MB, 5866 views)
ฟัง ชนิดของไฟล์: wma ves05.wma (9.64 MB, 6125 views)
ฟัง ชนิดของไฟล์: wma ves06.wma (5.49 MB, 5310 views)
ฟัง ชนิดของไฟล์: wma ves07.wma (11.45 MB, 7486 views)
ฟัง ชนิดของไฟล์: wma ves08.wma (11.42 MB, 13781 views)
ฟัง ชนิดของไฟล์: wma ves09.wma (10.28 MB, 8542 views)
ฟัง ชนิดของไฟล์: wma ves10.wma (10.54 MB, 4217 views)
ฟัง ชนิดของไฟล์: wma ves11.wma (7.83 MB, 4858 views)
ฟัง ชนิดของไฟล์: wma ves12.wma (6.53 MB, 3842 views)
ฟัง ชนิดของไฟล์: wma ves13.wma (4.66 MB, 4264 views)
- เทศน์มหาชาติ -

การเทศน์มหาชาติ เทศน์มหาชาติ คือ เทศนาเวสสันดรชาดก เป็นบุญพิธีที่นิยมจัดให้มีกันมาแต่โบราณ ส่วนมากจัดให้มีในวัดเป็นหน้าที่ของชาวบ้านและวัดนั้น ๆ จะตกลงร่วมกันจัด ปกตินิยมให้มีหลังฤดูทอดกฐิน ผ่านไปแล้วจนตลอดฤดูเหมันต์ นิยมจัดเป็นงานสองวัน คือ วันเทศน์เวสสันดรชาดกทั้ง ๑๓ กัณฑ์วันหนึ่ง และวันเทศน์จตุราริยสัจจกถา ท้ายเวสสันดรชาดกอีกวันหนึ่ง

วันแรกเริ่มงานด้วยพิธีทำบุญตักบาตรพระทั้งวัด หรือเลี้ยงพระตามจำนวนที่เห็นสมควร แล้วเริ่มเทศน์เวสสันดรชาดก ตามแบบเทศน์ต่อกันไปจนสุด ๑๓ กัณฑ์ ถึงเวลากลางคืนบางแห่งจัดปีพาทย์ประโคมระหว่างกัณฑ์หนึ่ง ๆ ตลอดทั้ง ๑๓ กัณฑ์ด้วย

วันรุ่งขึ้น ทำบุญเลี้ยงพระอีกแล้วมีเทศน์ จตุราริยสัจจกถาในระหว่างเพลจบแล้วเลี้ยงพระเพลเป็นอันเสร็จพิธี

ระเบียบพิธีในการเทศน์มหาชาติ ที่นิยมกันเป็นหลักใหญ่ ๆ ดังนี้

๑) ตกแต่งบริเวณพิธีให้มีบรรยากาศคล้ายอยู่ในบริเวณป่า ตามท้องเรื่องเวสสันดรชาดก โดยนำเอา ต้นกล้วย ต้นอ้อย และกิ่งไม้มาผูกตามเสา และบริเวณรอบ ๆ ธรรมาสน์ ประดับธงทิว และ ราวัติ ฉัตร ตามสมควร

๒) ตั้งขันสาครใหญ่ หรือจะใช้อ่างใหญ่ที่สมควรก็ได้ใส่น้ำสะอาดเต็ม สำหรับปักเทียนบูชาประจำกัณฑ์ ในระหว่างที่พระเทศน์ น้ำในภาชนะที่ตั้งนี้เสร็จพิธีแล้ว ถือว่าเป็นน้ำพระพุทธมนต์ที่สำคัญ ภาชนะใส่น้ำนี้ตั้งหน้าธรรมาสน์ กลางบริเวณพิธี

๓) เตรียมเทียนเล็ก ๆ จำนวน ๑,๐๐๐ เล่ม แล้วนับแยกจำนวนเป็นมัด มัดหนึ่งมีจำนวนเท่าคาถาของกัณฑ์หนึ่ง แล้วทำเครื่องหมายไว้ให้ทราบ ว่ามัดไหนสำหรับบูชาคาถากัณฑ์ใด เมื่อถึงคราวเทศน์กัณฑ์นั้นก็จะเอาเทียนมัดนั้นออกจุดบูชาติดรอบ ๆ ภาชนะน้ำ ต่อกันไปจนจบกัณฑ์ให้หมดมัดพอดี ครบ ๑๓ กัณฑ์ถ้วน จำนวน ๑,๐๐๐ เล่ม เท่าจำนวนคาถา บางแห่งนิยมทำธงเล็ก ๆ ๑,๐๐๐ คัน แบ่งจำนวนเท่าคาถาประจำกัณฑ์เช่นอย่างเทียน แล้วปักธงบูชาระหว่างกัณฑ์บนหยวกกล้วย แต่การใช้ธงไม่เป็นที่นิยม เช่น เทียน การจุดเทียนหรือปักธงบูชากัณฑ์ดังกล่าวเป็นหน้าที่ของเจ้าภาพผู้รับกัณฑ์นั้น ๆ

การเทศน์เวสสันดร มีวิธีเทศน์เป็นทำนองโดยเฉพาะ จะต้องได้รับการฝึกอบรมศึกษาต่อท่านผู้ทรงคุณวุฒิทางนี้เป็นพิเศษ ส่วนการเทศน์จตุราริยสัจจกถา มีระเบียบพิธีอย่างเทศน์ในงานดังกล่าวแล้วข้างต้น


************************

ประเพณีงานเทศน์มหาชาติ

งานเทศน์มหาชาตินี้ นิยมทำกันหลังออกพรรษาพ้นหน้ากฐินไปแล้ว อาจทำในวันขี้น ๘ ค่ำกลางเดือน ๑๒ หรือในวันแรม ๘ ค่ำก็ได้ ซึ่งในช่วงนี้น้ำเริ่มลดและข้าวปลาอาหารกำลังอุดมสมบูรณ์ จึงพร้อมใจกันทำบุญทำทานและเล่นสนุกสนานรื่นเริง แต่ในภาคอีสานนั้นนิยมทำกันในเดือน ๔ เรียกว่า "งานบุญผะเหวด" ซึ่งเป็นช่วงที่เสร็จจากการทำบุญลานเอาข้าวเข้ายุ้ง ในภาคกลาง บางท้องถิ่นทำกันในเดือน ๕ ต่อเดือน ๖ ก็มี งานเทศน์มหาชาตินั้นจะทำในกาลพิเศษจะทำในเดือนไหนก็ได้ไม่จำกัดฤดูกาล โดยมากเพื่อเป็นการหาเงินเข้าวัด บางแห่งนิยมทำในเดือน ๑๐

การเทศน์มหาชาตินั้น มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด ๑๓ กัณฑ์ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพระเวสสันดรอันเป็นพระชาติสุดท้ายของพระบรมโพธิสัตว์ ก่อนที่จะมาประสูติเป็นเจ้าชายสิทธัตถะและออกบวชจนตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ดังตำนานต่อไปนี้

ตำนานเทศน์มหาชาติ ๑๓ กัณฑ์

การเทศน์มหาชาติ คือการมหากุศลที่เตือนบุคคลให้น้อมรำลึกถึงการบำเพ็ญบุญ คือความดีที่ยิ่งยวด อันมีการสละความเห็นแก่ตัว เพื่อผลประโยชน์สูงอันไพศาลของมวลมนุษยชาติเป็นสำคัญเป็นเทศกาลที่คงความหมายอย่างแท้จริง

การเทศน์ทุกกัณฑ์จะมีผู้เป็นเจ้าภาพจัดกัณฑ์เทศน์ถวาย เมื่อพระที่ตนรับกัณฑ์เทศน์ขึ้นเทศน์เจ้าภาพจะจุดเทียนบูชาคาถาหว่านข้าวตอกข้าวสาร การเทศน์ในสมัยก่อนพระเจ้าของกัณฑ์จะอ่านจากอักษรธรรม(อักษรลาว) ซึ่งจารลงบนใบลานเป็นแผ่นยาว คำว่า "จาร" มาจากภาษาเขมรแปลว่า การเขียนด้วยเหล็กแหลมบนใบลาน แต่ปัจจุบันจะนิยมพิมพ์ลงบนใบลานเป็นตัวหนังสือไทยปัจจุบัน เป็นเรื่องราวในแต่ละกัณฑ์ ทั้งนี้เพื่อความสะดวกสำหรับพระรุ่นใหม่ เมื่อจบกัณฑ์จะตีฆ้องเป็นสัญญาณ การเป็นเจ้าของกัณฑ์ในหมู่บ้านในชนบทอาจแบ่งเจ้าภาพเป็นคุ้ม เรื่องราวและประวัติความเป็นมาแต่ละกัณฑ์มีดังนี้

กัณฑ์ที่ ๑ ทศพร เป็นกัณฑ์ที่พระอินทร์ประสาทพรแก่พระนางผุสดี ก่อนที่จะจุติลงมาเป็นพระราชมารดาของพระเวสสันดร ภาคสวรรค์ พระนางผุสดีเทพอัปสรสิ้นบุญท้าวสักกะเทวราช สวามีทรงทราบจึงพาไปประทับยังสวนนันทวันในเทวโลก พร้อมให้พร ๑๐ ประการ คือให้ได้อยู่ในปราสาทของพระเจ้าสิริราชแห่งนครสีพี ขอให้มีจักษุดำดุจนัยน์ตาลูกเนื้อ ขอให้มีคิ้วดำสนิท ขอให้พระนามว่าผุสดี ขอให้มีโอรสที่ทรงเกียรติยศเหนือกษัตริย์ทังหลายและมีใจบุญ ขอให้มีครรภ์ที่ผิดไปจากสตรีสามัญคือแบนราบในเวลาทรงครรภ์ ขอให้มีถันงามอย่ารู้ดำและหย่อนยาน ขอให้มีเกศาดำสนิท ขอให้มีผิวงาม และข้อสุดท้ายขอให้มีอำนาจปลดปล่อยนักโทษได้


กัณฑ์ที่ ๒ หิมพานต์ เป็นกัณฑ์ที่พระเวสสันดรบริจาคทานช้างปัจจัยนาค ประชาชนสีพีโกรธแค้นจึงขับไล่ให้ไปอยู่เขาวงกต พระนางเทพผุสดีได้จุติลงมาเป็นราชธิดาของพระเจ้ามัททราช เมื่อเจริญชนม์ได้ ๑๖ ชันษา จึงได้อภิเษกสมรสกับพระเจ้ากรุงสญชัยแห่งสีวิรัฐนคร ต่อมาได้ประสูติพระโอรสนามว่า "เวสสันดร" ในวันที่ประสูตินั้นได้มีนางช้างฉัททันต์ตกลูกเป็นช้างเผือกขาวบริสุทธิ์จึงนำมาไว้ในโรงช้างต้นคู่บารมี ให้นามว่า "ปัจจัยนาค" เมื่อพระเวสสันดรเจริญชนม์ ๑๖ พรรษา ราชบิดาก็ยกราชสมบัติให้ครอบครองและทรงอภิเษกกับนางมัทรี พระราชบิดาราชวงศ์มัททราช มีพระโอรส ๑ องค์ชื่อ ชาลี ราชธิดาชื่อ กัณหา พระองค์ได้สร้างโรงทาน บริจาคทานแก่ผู้เข็ญใจ ต่อมาพระเจ้ากาลิงคะแห่งนครกาลิงครัฐได้ส่งพราหมณ์มาขอพระราชทานช้างปัจจัยนาค พระองค์จึงพระราชทานช้างปัจจัยนาคแก่พระเจ้ากาลิงคะ ชาวกรุงสัญชัย จึงเนรเทศพระเวสสันดรออกนอกพระนคร

กัณฑ์ที่ ๓ ทานกัณฑ์ เป็นกัณฑ์ที่พระเวสสันดรทรงแจกมหาสัตสดกทาน คือ การแจกทานครั้งยิ่งใหญ่ ก่อนที่พระเวสสันดรพร้อมด้วยพระนางมัทรี ชาลีและกัณหาออกจากพระนคร จึงทูลขอพระราชทานโอกาสบำเพ็ญมหาสัตสดกทาน คือ การให้ทานครั้งยิ่งใหญ่ อันได้แก่ ช้าง ม้า โคนม นารี ทาสี ทาสา สรรพวัตถาภรณ์ต่างๆ รวมทั้งสุราบานอย่างละ ๗๐๐

กัณฑ์ที่ ๔ วนประเวศ เป็นกัณฑ์ที่สี่กษัตริย์เดินดงบ่ายพระพักตร์สู่เขาวงกต เมื่อเดินทางถึงนครเจตราชทั้งสี่กษัตริย์จึงแวะเข้าประทับพักหน้าศาลาพระนคร กษัตริย์ผู้ครองนครเจตราชจึงทูลเสด็จครองเมือง แต่พระเวสสันดรทรงปฎิเสธ และเมื่อเสด็จถึงเขาวงกตได้พบศาลาอาศรมซึ่งท้าววิษณุกรรมเนรมิตตามพระบัญชาของท้าวสักกะเทวราช กษัตริย์ทั้งสี่จึงทรงผนวชเป็นฤๅษีพำนักในอาศรมสืบมา

กัณฑ์ที่ ๕ ชูชก เป็นกัณฑ์ที่ชูชกได้นางอมิตดามาเป็นภรรยา และหมายจะได้โอรสและธิดาพระเวสสันดรมาเป็นทาส ในแคว้นกาลิงคะมีพราหมณ์แก่ชื่อชูชก พำนักในบ้านทุนวิฐะ เที่ยวขอทานตามเมืองต่างๆ เมื่อได้เงินถึง ๑๐๐ กหาปณะ จึงนำไปฝากไว้กับพราหมณ์ผัวเมีย แต่ได้นำเงินไปใช้เป็นการส่วนตัว เมื่อชูชกมาทวงเงินคืนจึงยกนางอมิตดาลูกสาวให้แก่ชูชก นางอมิตดาเมื่อมาอยู่ร่วมกับชูชก ได้ทำหน้าที่ของภรรยาที่ดี ทำให้ชายในหมู่บ้านเปรียบเทียบกับภรรยาตน หญิงในหมู่บ้านจึงเกลียดชังและรุมทำร้ายทุบตี นางอมิตดา ชูชกจึงเดินทางไปทูลขอกัณหาชาลีเพื่อเป็นทาสรับใช้ เมื่อเดินทางมาถึงเขาวงกตก็ถูกขัดขวางจากพรามเจตบุตรผู้รักษาประตูป่า

กัณฑ์ที่ ๖ จุลพน เป็นกัณฑ์ที่พรานเจตบุตรหลงกลชูชก และชี้ทางสู่อาศรมจุตดาบส ชูชกได้ชูกลักพริกขิงแก่พรานเจตบุตรอ้างว่าเป็นพระราชสาสน์ของพระเจ้ากรุงสญชัย จึงได้พาไปยังต้นทางที่จะไปอาศรมฤๅษี

กัณฑ์ที่ ๗ มหาพน เป็นกัณฑ์ป่าใหญ่ ชูชกหลอกล่ออจุตฤๅษีให้บอกทางสู่อาศรมพระเวสสันดรแล้วก็รอนแรมเดินไพรไปหา เมื่อถึงอาศรมฤๅษี ชูชกได้พบกับอจุตฤๅษี ชูชกใช้คารมหลอกล่อจนอจุตฤๅษีจึงให้ที่พักหนึ่งคืนและบอกเส้นทางไปยังอาศรมพระเวสสันดร

กัณฑ์ที่ ๘ กัณฑ์กุมาร เป็นกัณฑ์ที่พระเวสสันดรทรงให้ทานสองโอรสแก่เฒ่าชูชก พระนางมัทรีฝันร้ายเหมือนบอกเหตุแห่งการพลัดพราก รุ่งเช้าเมื่อนางมัทรีเข้าป่าหาอาหารแล้ว ชูชกจึงเข้าเฝ้าทูลขอสองกุมาร สองกุมารจึงพากันลงไปซ่อนตัวอยู่ที่สระ พระเวสสันดรจึงลงเสด็จติดตามสองกุมาร แล้วจึงมอบให้แก่ชูชก

กัณฑ์ที่ ๙ กัณฑ์มัทรี เป็นกัณฑ์ที่พระนางมัทรีทรงได้ตัดความห่วงหาอาลัยในสายเลือด อนุโมทนาทานโอรสทั้งสองแก่ชูชก พระนางมัทรีเดินเข้าไปหาผลไม้ในป่าลึก จนคล้อยเย็นจึงเดินทางกลับอาศรม แต่มีเทวดาแปลงกายเป็นเสือนอนขวางทาง จนค่ำเมื่อกลับถึงอาศรมไม่พบโอรส พระเวสสันดรได้กล่าวว่านางนอกใจ จึงออกเที่ยวหาโอรสและกลับมาสิ้นสติต่อเบื้องพระพักตร์ พระองค์ทรงตกพระทัยลืมตนว่าเป็นดาบสจึงทรงเข้าอุ้มพระนางมัทรีและทรงกันแสง เมื่อพระนางมัทรีฟื้นจึงถวายบังคมประทานโทษ พระเวสสันดรจึงบอกความจริงว่าได้ประทานโอรสแก่ชูชกแล้ว หากชีวิตไม่สิ้นคงจะได้พบ นางจึงได้ทรงอนุโมทนา

กัณฑ์ที่ ๑๐ สักกบรรพ เป็นกัณฑ์ที่พระอินทร์จำแลงกายเป็นพราหมณ์มาขอพระนางมัทรี แล้วถวายคืนพร้อมถวายพระพร ๘ ประการ
ท้าวสักกะเทวราชเสด็จแปลงเป็นพราหมณ์เพื่อทูลขอนางมัทรี พระเวสสันดรจึงพระราชทานให้ พระนางมัทรีก็ยินดีอนุโมทนาเพื่อร่วมทานบารมีให้สำเร็จพระสัมโพธิญาณ เป็นเหตุให้เกิดแผ่นดินไหวสะท้าน ท้าวสักกะเทวราชในร่างพราหมณ์จึงฝากนางมัทรีไว้ยังไม่รับไป ตรัสบอกความจริงและถวายคืนพร้อมถวายพระพร ๘ ประการ

กัณฑ์ที่ ๑๑ มหาราช เป็นกัณฑ์ที่เทพเจ้าจำแลงองค์ทำนุบำรุงขวัญสองกุมารก่อนเสด็จนิวัติถึงมหานครสีพี
เมื่อเดินทางผ่านป่าใหญ่ชูชกจะผูกสองกุมารไว้ที่โคนต้นไม้ ส่วนตนเองปีนขึ้นไปนอนต้นไม้ เหล่าเทพเทวดาจึงแปลงร่างลงมาปกป้องสองกุมาร จนเดินทางถึงกรุงสีพี พระเจ้ากรุงสีพีเกิดนิมิตฝันตามคำทำนายยังความปีติปราโมทย์ เมื่อเสด็จลงหน้าลานหลวงตอนรุ่งเช้าทอดพระเนตรเห็นชูชกพากุมารน้อยสององค์ ทรงทราบความจริงจึงพระราชทานค่าไถ่คืน ต่อมาชูชกก็ดับชีพตักษัยด้วยเพราะเดโชธาตุไม่ย่อย ชาลีจึงได้ทูลขอให้ไปรับพระบิดาพระมารดานิวัติพระนคร ในขณะเดียวกันเจ้านครลิงคะได้โปรดคืนช้างปัจจัยนาคแก่นครสีพี

กัณฑ์ที่ ๑๒ ฉกษัตริย์ เป็นกัณฑ์ที่ทั้งหกกษัตริย์ถึงวิสัญญีภาพสลบลงเมื่อได้พบหน้า ณ อาศรมดาบสที่เขาวงกต
พระเจ้ากรุงสญชัยใช้เวลา ๑ เดือน กับ ๒๓ วันจึงเดินทางถึงเขาวงกต เสียงโห่ร้องของทหารทั้ง ๔ เหล่า พระเวสสันดรทรงคิดว่าเป็นข้าศึกมารบนครสีพี จึงชวนพระนางมัทรีขึ้นไปแอบดูที่ยอดเขา พระนางมัทรีทรงมองเห็นกองทัพพระราชบิดาจึงได้ตรัสทูลพระเวสสันดรและเมื่อหกกษัตริย์ได้พบหน้ากันทรงกันแสงสุดประมาณ รวมทั้งทหารเหล่าทัพ ทำให้ป่าใหญ่สนั่นครั่นครืนท้าวสักกะเทวราชจึงได้ทรงบันดาลให้ฝนตกประพรมหกกษัตริย์และทวยหาญได้หายเศร้าโศก

กัณฑ์ที่ ๑๓ นครกัณฑ์ เป็นกัณฑ์ที่หกกษัตริย์นำพยุหโยธาเสด็จนิวัติพระนคร พระเวสสันดรขึ้นครองราชย์แทนพระราชบิดา
พระเจ้ากรุงสญชัยตรัสสารภาพผิด พระเวสสันดรจึงทรงลาผนวชพร้อมทั้งพระนางมัทรี และเสด็จกลับสู่สีพีนคร เมื่อเสด็จถึงจึงรับสั่งให้ชาวเมืองปล่อยสัตว์ที่กักขัง ครั้นยามราตรีพระเวสสันดรทรงปริวิตกว่า รุ่งเช้าประชาชนจะแตกตื่นมารับบริจาคทาน พระองค์จะประทานสิ่งใดแก่ประชาชน ท้าวโกสีห์ได้ทราบจึงบันดาลให้มีฝนแก้ว ๗ ประการ ตกลงมาในนครสีพีสูงถึงหน้าแข้ง พระเวสสันดรจึงทรงประกาศให้ประชาชนขนเอาไปตามปรารถนา ที่เหลือให้ขนเข้าพระคลังหลวง ในกาลต่อมาพระเวสสันดรเถลิงราชสมบัติปกครองนครสีพีโดยทศพิธราชธรรมบ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุขตลอดพระชนมายุ

การเทศน์มหาชาติ คือการมหากุศลที่เตือนบุคคลให้น้อมรำลึกถึงการบำเพ็ญบุญ คือความดีที่ยิ่งยวด อันมีการสละความเห็นแก่ตัว เพื่อผลประโยชน์สูงอันไพศาลของมวลมนุษยชาติเป็นสำคัญเป็นเทศกาลที่คงความหมายอย่างแท้จริง

การเทศน์ทุกกัณฑ์จะมีผู้เป็นเจ้าภาพจัดกัณฑ์เทศน์ถวาย เมื่อพระที่ตนรับกัณฑ์เทศน์ขึ้นเทศน์เจ้าภาพจะจุดเทียนบูชาคาถาหว่านข้าวตอกข้าวสาร การเทศน์ในสมัยก่อนพระเจ้าของกัณฑ์จะอ่านจากอักษรธรรม(อักษรลาว) ซึ่งจารลงบนใบลานเป็นแผ่นยาว คำว่า "จาร" มาจากภาษาเขมรแปลว่า การเขียนด้วยเหล็กแหลมบนใบลาน แต่ปัจจุบันจะนิยมพิมพ์ลงบนใบลานเป็นตัวหนังสือไทยปัจจุบัน เป็นเรื่องราวในแต่ละกัณฑ์ ทั้งนี้เพื่อความสะดวกสำหรับพระรุ่นใหม่ เมื่อจบกัณฑ์จะตีฆ้องเป็นสัญญาณ การเป็นเจ้าของกัณฑ์ในหมู่บ้านในชนบทอาจแบ่งเจ้าภาพเป็นคุ้ม เรื่องราวและประวัติความเป็นมาแต่ละกัณฑ์มีดังนี้
__________________
ความสุขที่บริสุทธิ์ คือความสุขอันเกิดจากกรรมที่บริสุทธิ์ เรียกว่า บุญ

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย nazgul_non : 06-07-2006 เมื่อ 03:52 AM
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 32 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ paang ในข้อความที่เขียนด้านบน
sponsor links
เก่า 05-08-2008, 12:35 PM   #2
นายเสรี ลพยิ้ม
สมาชิก
 
วันที่สมัคร: Jan 2007
อายุ: 61
โพสต์: 302
ได้ให้อนุโมทนา: 6,966
ได้รับอนุโมทนา 2,461 ครั้ง ใน 407 โพส
Default

ขออนุโมทนาบุญด้วยครับ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 04-11-2008, 09:47 AM   #3
anat_p
สมาชิก
 
anat_p's Avatar
 
วันที่สมัคร: Nov 2007
โพสต์: 50
ได้ให้อนุโมทนา: 151
ได้รับอนุโมทนา 342 ครั้ง ใน 50 โพส
Default

สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ ครับ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 24-12-2008, 09:45 AM   #4
อ_เอกวัฒน์
สมาชิก
 
อ_เอกวัฒน์'s Avatar
 
วันที่สมัคร: Feb 2007
อายุ: 33
โพสต์: 39
ได้ให้อนุโมทนา: 88
ได้รับอนุโมทนา 189 ครั้ง ใน 26 โพส
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง อ_เอกวัฒน์ ส่งข้อความผ่าน Yahoo ถึง อ_เอกวัฒน์
Default

ขออนุโมทนา สาธุในธรรมทานกัณฑ์เทศน์นี้ ขอมรรค ผลนิพานจงมีแด่ให้ธรรมทานในครั้งนี้เทอญ เจริญ ด้วย วรรณะ สุขะ พละ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 18-01-2009, 09:58 PM   #5
samut_95
สมาชิก
 
วันที่สมัคร: Aug 2007
อายุ: 26
โพสต์: 4
ได้ให้อนุโมทนา: 77
ได้รับอนุโมทนา 18 ครั้ง ใน 3 โพส
Default

สัพพะทานัง ธรรมะทานัง ชินาติ
การให้ธรรมมะเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง
สาธุ อนุโมทนามิ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 06-02-2009, 12:04 PM   #6
อรวี จุฑากรณ์
สมาชิก
 
วันที่สมัคร: Feb 2008
โพสต์: 465
ได้ให้อนุโมทนา: 10,654
ได้รับอนุโมทนา 3,741 ครั้ง ใน 452 โพส
Default

อนุโมทนาสาธุ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 05-03-2009, 12:19 PM   #7
pateep12345
สมาชิก
 
pateep12345's Avatar
 
วันที่สมัคร: May 2008
โพสต์: 17
ได้ให้อนุโมทนา: 4
ได้รับอนุโมทนา 144 ครั้ง ใน 17 โพส
Default

ขออนุโมทนาครับ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 05-03-2009, 01:13 PM   #8
paobb5
สมาชิก
 
วันที่สมัคร: Dec 2008
โพสต์: 2
ได้ให้อนุโมทนา: 6
ได้รับอนุโมทนา 17 ครั้ง ใน 2 โพส
Default

สาธุครับสาธุ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 25-06-2009, 12:26 PM   #9
พุทธกา
สมาชิก
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
โพสต์: 48
ได้ให้อนุโมทนา: 95
ได้รับอนุโมทนา 191 ครั้ง ใน 38 โพส
Default

ขออนุโมทนาด้วยนะคะ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 01-07-2009, 12:45 AM   #10
wuttipong1827
สมาชิก
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
โพสต์: 2
ได้ให้อนุโมทนา: 3
ได้รับอนุโมทนา 7 ครั้ง ใน 2 โพส
Default

ขอให้ทุกท่านถึงมรรคผลด้วยสาธุ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 22-07-2009, 09:01 AM   #11
kitiput
สมาชิก
 
วันที่สมัคร: Jul 2009
โพสต์: 4
ได้ให้อนุโมทนา: 1
ได้รับอนุโมทนา 6 ครั้ง ใน 4 โพส
Default

ขออนุโมทนา
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 22-07-2009, 09:09 AM   #12
kitiput
สมาชิก
 
วันที่สมัคร: Jul 2009
โพสต์: 4
ได้ให้อนุโมทนา: 1
ได้รับอนุโมทนา 6 ครั้ง ใน 4 โพส
Default

ขออนุโมทนา
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 20-08-2009, 03:41 PM   #13
ช้าง ช้างไท
สมาชิก
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
โพสต์: 12
ได้ให้อนุโมทนา: 1
ได้รับอนุโมทนา 18 ครั้ง ใน 8 โพส
Default

อยากได้เทศน์จตุราริยสัจจกถาโหลดที่ไหนครับ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 23-06-2010, 02:53 PM   #14
pachor
สมาชิก
 
วันที่สมัคร: Jun 2010
โพสต์: 20
ได้ให้อนุโมทนา: 0
ได้รับอนุโมทนา 8 ครั้ง ใน 6 โพส
Default

อนุโมทนาบุญครับ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 28-06-2010, 02:32 PM   #15
ลิ
สมาชิก
 
วันที่สมัคร: Jun 2010
โพสต์: 32
ได้ให้อนุโมทนา: 996
ได้รับอนุโมทนา 50 ครั้ง ใน 25 โพส
Default

ขออนุโมทนาด้วยครับ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

Tags
เทศน์มหาชาติ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน ) [ แนะนำเรื่องเด่น ]
 


(View-All Members who have read this thread : 302
1111, 5047, 788, actuel_pz, aemon, agel-com, alale, Almond09, amp99, anat_p, anukzer, apichate, Arithut, Ashura16, aszxas502, atataya, atsadawoot, aunpao, aut6204, baankvee, banlue, baodang, behinddabars, bimmy, bluemee, boey, BossXIII, boy19, Boybrand, buzzladder, cap5123, ccdd, chaiwat13, chaiyan1999, Chaiyawuto, chanin, chitrt, cook, coolice, corn707, csoysri, CTI62, danutgood, demonicus, deutschland, dt114group, EKK_SEED, excutive, eyescat, ffslide, folktap, graphic3d8, greta, hatyai, hochiyo, hott, huayhik, iguaz, ingboon, InsaneXCQTn, it_center, jarunee49, jerapat, jhonnymango, jiab670, jimjingjo, jiranda, Jochatu, jowpoy, junze, kamomros, kanamori, kannatasw, kateka, keng195, keroro2, kirati, kitiput, kobchai, kooope, ktc210722, ku-kai, kunakorn, kunchatree, kunyapia, kzaa, LAAONNARAK, lagunaram, lobee, lordkey, luxury, m-amorn, mahaviro, mamoshiro, MAN45, mangkapom, Manupong, mawerric, MeeBooN, menkhong, Moc_10, modtad, mod_x-ray, mon11, Mr.Kim, murano, mydreamwhite, m_yoophituk, naiimim, Nantana, nantapong, narayana2514, narong2009, narongrit2517, Navarat8985, netdao26, nirund, noodream14, nooknoffy, NOP500, odanhi, originalpray, pachor, palee2525, paobb5, pateep12345, patthaizaa, Phoenix_dew, pichitpol, pimmada, PongNheng, Poorit, pornsuksun, ppf, Prawat Y., prayfa, puayneng, puwadon24, pu_napho, R112520, rassarin, red_review, resc, rescue11, rit_nadoul, ryuichi24, sakura009, SAMERTIP, samroengk, samut_95, sare.ewan, seriwat, siam02, sin, sinbangkok, sine1999, sk125, som321, SOMDEJ, somkid123@gmail.com, somsakby, song08, suchat1121, sujjung, suksan18, sumritkang, sunzilo, supachai19678, supercapsual, suphang_cm, taixp, tanva2003, Taveeruch, Taweep, tebrsoon, teera-chang, teeyai99, thaboo, thawatchai2519, thepasoon, thepsuwan, thiravut_keng, tornw, torphak, tumkuk, tumph, tumtuta, tunamtre, Tung-oh, varavut, vat275, wanchana1983, wanidagottlieb, wisaruth, Wittaya Lukkham, wuttipong1827, yaem, yocyber, yuri0510, zhu12251@hotmail.com, zunwu, กมล, กองทัพเทพ, กองฟ้า, ขามสะแกแสง, คนปาบ, คนมีบาป, ครูบา, จิตการุณ, จิตนิ่ง, จีระศักดิ์ แซ่หลอ, ชนะมาร, ชยภัทร, ช่อม่วง, ช่างปั้นพระ, ช้าง ช้างไท, ช้างม่อย, ซิกาทริซิน12345, ดม, ตรีนิสิงเห, ติชด๋าวเถื่อง, ธรรมกาลยุคขาว, นักบุญภาคอีสาน, นาฏศิลปิน, นายธนายุต, นายนัท, นายหนึ่งหนึ่ง, นายเสรี ลพยิ้ม, นาระกันทา, นิโรธสมาบัติ, น้ำพุ01, บาสครับ, บุตรพุทธ, บ้านบาระแนะ1, ปาลิโต, พญาแถน, พรพัชร์, พระชยภัทร, พระต้นรัก, พระถิร, พุทธกา, ภักดีr, มนุษย์โลกคับ, มหาแดง, มะยม22, มะลิขาว, ยามาธิราช, ยุทธกานต์, รณัสถ์ชัย, รวย, รักปู่, รัตนตรัย, รุ่งอรุณแห่งความสุข, ลิ, ลูกถ้ำหีบ, ลูกศิษย์พระครูโอภาสฯ, ล้อมเดช, วัดตะล่อม, วิกร, วิรัตน์, วีรชน1, ศรีค่ะ, ศิษย์น้อย, ส.ณ.พงษ์, ส.สุริยา, สมญาพร, สมพร99, สรณ, สามเณรใหญ่, สายชน, สิริ27, สิริวัฒน์, สิ้นภพ, สี่ยอดกุมาร, สุมังคโล, หยก-2548, หลาน, อ_เอกวัฒน์, อรวี จุฑากรณ์, อาภานนฺโท, อุทิศ ทองทวี, อ่อนหัดธรรม, เกษม ลพบุรี, เข็มขาว, เจ้ากลม_ภิกขุ, เป้46, เลิศ, เสถียน, เอกณัฏฐ์, แชมป์ป, แม่จิ๊บโจ้, โจอิศรา, โต้งโคราช, โพธิมัณฑลัง
คำสั่งเพิ่มเติม ค้นหาในกระทู้นี้
ค้นหาในกระทู้นี้:

Advanced Search
เรียบเรียงคำตอบ ให้คะแนนกระทู้นี้
ให้คะแนนกระทู้นี้:

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are งดใช้
Pingbacks are งดใช้
Refbacks are งดใช้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 04:57 AM


พลังจิต | พระไตรปิฎก | เสียงธรรม | รูปภาพ | พจนานุกรม  | วัดไทย | คลิป | สารบัญเว็ป | หลวงพ่อฤาษีลิงดำ | อภิญญาหก | ฝึกสมาธิ
 
พุทธศาสนาจากพระโอษฐ์ | สมาธิ | แชท | เว็ปบอร์ด | พระเครื่อง | ดูดวง | ทำนายฝัน | Blog | ไทยKeyboard
| Google แปลภาษา

vBulletin Copyright © Jelsoft Enterprises Ltd.
Palungjit.com 1 April 2003 - 2009
คุณได้ให้คะแนนกระทู้นี้:
Page generated in 0.29607 seconds with 13 queries