พระพุทธเจ้าเคยตรัสว่าโรค ลมบ้าหมู ห้ามบวช แต่ผม....

ในห้อง 'กฎแห่งกรรม - ภพภูมิ' ตั้งกระทู้โดย Sir-Pai, 10 มีนาคม 2013.

  1. Sir-Pai

    Sir-Pai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 เมษายน 2010
    โพสต์:
    1,157
    ค่าพลัง:
    +3,352
    คือพระพุทธเจ้าทรงตรัสห้ามและบัญญัติโรคที่ห้ามบวช 5 โรค หนึ่งในนั้นก็มีลมบ้าหมู คือผมเป็นโรคลมชัก ก็คือชนิดเดียวกับลมบ้าหมู แต่เป็นประเภทที่หมอรักษาจนสามารถควบคุมได้กินยาเช้าและเย็นตลอดจะไม่มีอาการใดๆทั้งสิ้นมีชีวิตเหมือนคนปกติ จึงอยากเรียนถามท่านๆว่าแบบนี้ผมจะบวชได้ไหมครับ ขอบคุณครับ
     
  2. Fabreguz

    Fabreguz เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    645
    ค่าพลัง:
    +1,909
    ถ้าบวชตลอดชีวิต ก็น่าจะมีความลำบากอยู่ครับ.. ไหนจะต้องเรื่องยูกยา การรักษา อาจจะเป็นภาระของสงฆ์ได้

    บวชจิต ปฏิบัติ ดูกาย ดูจิต สติปัฏฐาน ได้ครับ ..
     
  3. naroksong

    naroksong เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    413
    ค่าพลัง:
    +1,135
    รู้สึกว่า เหตุึที่พระพุทธเจ้าบัญญัติเรื่องนี้เพราะหมอชีวกขอไว้
    เนื่องจากมีคนป่วยจำนวนมากมาบวชเพื่อให้หมอชีวกรักษา

    ถ้าคุณไม่ได้บวชเพื่อรักษาตัว เช่นเพื่อใช้สิทธิ์ ร.พ สงฆ์
    ผมว่าพระท่านน่าจะให้คุณบวชนะ

    ขอให้เจริญในธรรม
     
  4. Thanks-Epi

    Thanks-Epi เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤศจิกายน 2010
    โพสต์:
    987
    ค่าพลัง:
    +2,952
    เพิ่งรู้นะเนี่ย ว่าโรคลมชัก ไม่สามารถบวชได้

    แล้ว ถ้าชักแบบ ไม่ใช่ลมบ้าหมู สามารถบวชได้หรือเปล่าคะ เช่น ผงก กระพริบตา ฯลฯ

    อ้อ เพิ่งนึกออก เคยมีพระสงฆ์ มาตั้งกระทู้ว่า พระน้อง(พระรุ่นน้อง) เป็นลมบ้าหมู แล้วถ้าเพิ่งมาป่วย ตอนบวชไปแล้ว ต้องสึกหรือเปล่าคะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 10 มีนาคม 2013
  5. โมทนาman

    โมทนาman เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    5,672
    ค่าพลัง:
    +6,160
    บอกพระอุปัชฌาย์
    แล้วแต่ท่านจะพิจารณา
     
  6. โมทนาman

    โมทนาman เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    5,672
    ค่าพลัง:
    +6,160
    เป็นโรคหลังบวชไม่ต้องสึก
    แต่ถ้าจะรักษา บางวิธีต้องสึก
     
  7. Sir-Pai

    Sir-Pai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 เมษายน 2010
    โพสต์:
    1,157
    ค่าพลัง:
    +3,352
    อ๋อ...ไม่ใช่แน่นอนครับ แบบว่าบวชให้ พ่อและแม่ ญาติๆ ท่านจะรู้สึกดี หันเข้าหาธรรมะเพิ่มขึ้นเยอะๆ และช่วยสืบทอดศาสนาต่อไปครับ

    แต่ถ้าพระอุปัชฌาไม่ให้บวชก็ไม่เป็นไรครับ ผมจะใช้ชีวิตในฐานะฆารวาสทำเต็มที่เพื่อพระพุทธศาสนาและทำบุญครับ :)
     
  8. vannipa

    vannipa เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 มิถุนายน 2012
    โพสต์:
    73
    ค่าพลัง:
    +222
    บวชอยู่กับบ้านก็ได้ บวชจิต ลองเข้าไปที่ facebook ดร.วรภัทร ภู่เจริญแล้วถามท่าน
     
  9. thepkere

    thepkere เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 กุมภาพันธ์ 2012
    โพสต์:
    1,020
    ค่าพลัง:
    +3,444
    โรค ๕ ชนิด
    [๑๐๑] ก็โดยสมัยนั้นแล ในมคธชนบทเกิดโรคระบาดขึ้น ๕ ชนิด คือ

    โรคเรื้อน ๑
    โรคฝี ๑
    โรคกลาก ๑
    โรคมองคร่อ ๑
    โรคลมบ้าหมู ๑


    ประชาชนอันโรค ๕ ชนิดกระทบเข้าแล้ว
    ได้เข้าไปหาหมอชีวกโกมารภัจจ์ แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า ขอโอกาส ท่านอาจารย์ ขอท่านกรุณา
    ช่วยรักษาพวกข้าพเจ้าด้วย.
    ชี. เจ้าทั้งหลาย ฉันน่ะ มีกิจมาก มีงานที่ต้องทำมาก ฉันต้องถวายอภิบาลพระเจ้า
    พิมพิสารจอมเสนามาคธราช ทั้งพวกฝ่ายใน และพระสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข ฉันไม่
    สามารถจะช่วยรักษาได้.

    ป. ท่านอาจารย์ ทรัพย์สมบัติทั้งหมดยกให้ท่าน และพวกข้าพเจ้ายอมเป็นทาสของท่าน
    ขอโอกาส ท่านอาจารย์ ขอท่านกรุณาช่วยรักษาพวกข้าพเจ้าด้วย.

    ชี. เจ้าทั้งหลาย ฉันน่ะ มีกิจมาก มีงานที่ต้องทำมาก ฉันต้องถวายอภิบาลพระเจ้า
    พิมพิสารจอมเสนามาคธราช ทั้งพวกฝ่ายใน และพระสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข ฉันไม่สามารถ
    จะช่วยรักษาได้.


    จึงประชาชนพวกนั้นได้คิดว่า พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรเหล่านี้แล มีปกติเป็นสุข
    มีความประพฤติสบาย ฉันอาหารที่ดี นอนในห้องนอนอันมิดชิด ถ้ากระไร พวกเราพึงบวช
    ในสำนักพระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตร ในที่นั้น ภิกษุทั้งหลายจักพยาบาล และหมอชีวก
    โกมารภัจจ์จักรักษา. ต่อมา พวกเขาพากันเข้าไปหาภิกษุทั้งหลายแล้วขอบรรพชา. ภิกษุทั้งหลาย
    ให้พวกเขาบรรพชาอุปสมบท แล้วต้องพยาบาล และหมอชีวกโกมารภัจจ์ต้องรักษาพวกเขา.

    สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายพยาบาลภิกษุอาพาธมากรูป ย่อมเป็นผู้มากด้วยการขอร้อง
    มากด้วยการขออยู่ว่า ขอจงให้อาหารสำหรับภิกษุอาพาธ ขอจงให้อาหารสำหรับภิกษุผู้พยาบาล
    ภิกษุอาพาธ ขอจงให้เภสัชสำหรับภิกษุผู้อาพาธ. แม้หมอชีวกโกมารภัจจ์มัวรักษาภิกษุอาพาธ
    มากรูป ได้ปฏิบัติราชการบางอย่างบกพร่อง. บุรุษแม้คนหนึ่ง ถูกโรค ๕ ชนิดกระทบเข้าแล้ว
    ก็เข้าไปหาหมอชีวกโกมารภัจจ์ แล้วกราบเรียนว่า ขอโอกาส ท่านอาจารย์ ขอท่านกรุณา
    ช่วยรักษากระผมด้วย.

    ชี. เจ้า ข้าน่ะ มีกิจมาก มีงานที่ต้องทำมาก ต้องถวายอภิบาลพระเจ้าพิมพิสาร
    จอมเสนามาคธราช ทั้งพวกฝ่ายใน และพระสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข ข้าไม่สามารถจะช่วย
    รักษาได้.

    บุรุษ. ท่านอาจารย์ ทรัพย์สมบัติทั้งหมดยกให้ท่าน และกระผมยอมเป็นทาสของท่าน
    ขอโอกาส ท่านอาจารย์ ขอท่านกรุณาช่วยรักษากระผมด้วย.

    ชี. เจ้า ข้าน่ะ มีกิจมาก มีงานที่ต้องทำมาก ต้องถวายอภิบาลพระเจ้าพิมพิสาร
    จอมเสนามาคธราช ทั้งพวกฝ่ายใน และพระสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข ข้าไม่สามารถ
    จะช่วยรักษาได้.


    จึงบุรุษนั้นได้คิดว่า พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรเหล่านี้แล มีปกติเป็นสุข มีความ
    ประพฤติสบาย ฉันอาหารที่ดี นอนในห้องนอนอันมิดชิด ถ้ากระไร เราพึงบวชในสำนัก
    พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตร ในที่นั้น ภิกษุทั้งหลายจักพยาบาล และหมอชีวกโกมารภัจจ์
    จักรักษา เราหายโรคแล้วจักสึก จึงบุรุษนั้นเข้าไปหาภิกษุทั้งหลายแล้วขอบรรพชา. ภิกษุทั้งหลาย
    ให้บุรุษนั้นบรรพชาอุปสมบทแล้วต้องพยาบาล และหมอชีวกโกมารภัจจ์ต้องรักษาภิกษุนั้น. ภิกษุ
    นั้นหายโรคแล้วสึก.

    หมอชีวกโกมารภัจจ์ได้เห็นบุรุษนั้นสึกแล้ว จึงได้ไต่ถามบุรุษนั้นว่า เจ้าบวชในสำนัก
    ภิกษุมิใช่หรือ?

    บุรุษ. ใช่แล้วขอรับ ท่านอาจารย์.
    ชี. เจ้าได้ทำพฤติการณ์เช่นนั้น เพื่อประสงค์อะไร?
    จึงบุรุษนั้น ได้เรียนเรื่องนั้นให้หมอชีวกโกมารภัจจ์ทราบ.
    หมอชีวกโกมารภัจจ์ จึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระคุณเจ้าทั้งหลายจึงได้
    ให้กุลบุตรผู้ถูกโรค ๕ ชนิดกระทบเข้าแล้วบวชเล่า
    . ครั้นแล้วเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถวายบังคม
    พระผู้มีพระภาคแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วได้กราบทูลขอประทานพรต่อพระผู้มีพระภาคว่า
    ข้าพระพุทธเจ้า ขอประทานพระวโรกาส ขอพระผู้เป็นเจ้าทั้งหลายไม่พึงยังกุลบุตรผู้ถูกโรค ๕ ชนิด
    กระทบเข้าแล้ว ให้บวช.


    ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงชี้แจงให้หมอชีวกโกมารภัจจ์ เห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญ
    ร่าเริง ด้วยธรรมีกถา. ครั้นหมอชีวกโกมารภัจจ์อันพระผู้มีพระภาคทรงชี้แจงให้เห็นแจ้ง ให้
    สมาทาน ให้อาจหาญ ร่าเริงด้วยธรรมีกถาแล้วลุกจากที่นั่ง ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค
    ทำประทักษิณแล้วกลับไป.
    ทรงห้ามบวชคนเป็นโรคติดต่อ
    ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุ
    แรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย กุลบุตรผู้ถูกโรค ๕ ชนิด กระทบ
    เข้าแล้ว ภิกษุไม่พึงให้บวช รูปใดให้บวช ต้องอาบัติทุกกฏ.

    พระไตรปิฎก ฉบับบาลีสยามรัฐ (ภาษาไทย) เล่มที่ ๔
    พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๔ มหาวรรค ภาค ๑
    หน้าที่ ๑๑๗/๓๐๔
     
  10. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,135
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +11,225
    ไม่ต้องเชื่อนะครับ พิจารณา ด้วยตนเอง

    ให้ไป อธิฐาน หน้าพระพุทธรูป นะครับ ว่า ขออนูญาติพระพุทธเจ้า ว่า

    ถ้าตัวเองเป็นโรคลมชัก อยู่ ถ้า มีบุญได้บวช โดยไม่ผิด ศีล ข้อห้ามของพระพุทธเจ้า

    ขอให้ ข้าพเจ้า ได้มี โอกาส ได้ บวช บรรพชาอุปสมบท เป็นพระภิกษุ ... อะไรก็ว่าไปครับ

    แล้วหลังจากนั้น ก็ให้เลิก กินยารักษา โรคลมบ้าหมู ถ้า ตลอดเวลาก่อนบวช ไม่มีอาการใดๆ ที่ส่อให้เกิดโรคลมชัก กลับมาเป็น หรือ เกิด อาการ หายเป็นปรกติ ก็ บวชได้ครับ

    แต่ถ้าเลิกกินยาแล้ว ช่วงระหว่างหลังจากนั้น ก่อนถึงวัน บรรพชาอุปสมบท เกิดอาการโรคลมชัก

    ก็ให้ถือว่า บวชใจ ก็แล้วกันครับ จขกท.
     
  11. Thanks-Epi

    Thanks-Epi เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤศจิกายน 2010
    โพสต์:
    987
    ค่าพลัง:
    +2,952
    ขออนุญาตค่ะ ไม่ได้ขัดต่อจุดประสงค์ที่หวังดีนะค่ะ แต่ยาลมชัก ไม่ได้หยุดกันง่ายๆค่ะ
    ขอแค่ยกตัวอย่างเล็กๆนะค่ะ (ที่เจ้าตัวประมาทค่ะ)
    มี คนไข้คนนึง คุมชักได้ หมอลมชักไม่ได้ให้หยุดยา แต่อนุญาตให้มีบุตร โดย เจ้าตัว ตัดสินใจจาก การอ่านกระทู้เท่านั้น

    แล้วเจ้าตัวก็หยุดยาเอง เพราะกลัวกระทบกับเด็กในครรภ์ ปรากฎว่า อาการกลับมา (ชักลมบ้าหมู) ซึ่งเป็นอาการหนัก มีผลกระทบกับเด็กในครรภ์ มากกว่า การกินยาลมชักอีก

    ยังมีอีกหลายตัวอย่างที่ เจ้าตัวประมาทนะค่ะ ผลร้ายมากกว่า ผลเสียค่ะ

    แม้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่สุด ยังต้องบอกว่า การให้ยาลมชักนั้นง่ายกว่า การหยุดยาลมชัก

    กรณีเจ้าของกระทู้ เป็นลมชักแบบลมบ้าหมู มีผลต่อสมองมาก การชักลมบ้าหมูแม้เพียง 1 ครั้ง อาจจะทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปเลยก็ได้

    การเจริญสติปฎิฐาน 4 ช่วยได้ค่ะ เวลามีอาการกระทันหัน ถ้ารู้ตัวช่วงออร่ายิ่งดีค่ะ
    ส่วนการปฎิบัติธรรม จะช่วยทำให้เราใช้กรรมได้ไวขึ้น
    ส่วนเรา งดเนื้อสัตว์ด้วย (กรุณาอย่าทะเลาะกันเรื่อง "กิน" ค่ะ)
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 12 มีนาคม 2013
  12. Sir-Pai

    Sir-Pai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 เมษายน 2010
    โพสต์:
    1,157
    ค่าพลัง:
    +3,352
    อ๋อ เรื่องยาหยุดไม่ได้เลยครับหมอบอกไว้เด็ดขาด ตอนนี้ผมใช้ชีวิตธรรมดาปกติ วิ่ง เที่ยว เดินห้าง ทำบุญ ไปไหนมาไหนสบายๆ เหมือนคนปกติครับ เพราะกินยา ถ้าชัก 1 ครั้ง = สมองกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงและมีสิทธิปัญญาอ่อน มีเพื่อนๆที่เป็นโรคนี้หลา่ยคนเป็นออทิคติกเพราะควบคุมไม่ได้เหมือนผม

    อย่างน้อยผมเป็นโรคนี้ก็มีข้อดีอยู่คือ ไม่ต้องเกณฑ์ทหาร เพราะผมไม่ไหวแน่ๆ

    ตามความคิดผมน่ะครับ บวชคือไปบวชแล้วก็กินยาปกติ ไม่ได้ทำไรครับผม แต่ถ้าไม่ได้ก็บวชใจแหละครับ ขอบคุณทุกความหวังดีนะครับ :)
     
  13. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,135
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +11,225
    บวชใจ



    .......................
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 12 มีนาคม 2013
  14. Thanks-Epi

    Thanks-Epi เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤศจิกายน 2010
    โพสต์:
    987
    ค่าพลัง:
    +2,952
    ปีที่แล้ว ไม่ทราบว่า เจ้าของกระทู้พอจะได้ทราบเรื่อง การยกเลิกนำเข้ายากันชักตัวนึงของบริษัท ซโนฟี่ หรือเปล่าคะ (ฟริเซี่ยม)
    นั่นหมายถึง ชีวิตผู้ป่วย เป็นร้อยๆ คนที่อาการกลับมาโดยไม่ใช่ความผิดของตัวเอง แต่ด้วยความเห็นแต่เงินของบริษัทยา รพ./หมอเกือบทั้งประเทศก็ไม่สนใจ ไม่รู้เรื่องเลย ยกเว้น อ.โยธิน
    คำว่า ความไม่ประมาท ยังคงใช้ได้เสมอ

    แต่เราว่านะ การเป็นลมชักนะ หากได้มีโอกาสปฎิบัติธรรมได้อย่างจริงจังจะดี เพราะหมอยังอธิบายคำว่า เดจาวู เป็นเรื่องของ ออร่านะค่ะ และเกี่ยวเนื่องกับคลื่นสมองที่ผิดปกตินั่นเอง แต่ในเวปพลังจิตคงต้องใช้คำว่า ปัจจัตตัง

    หมายเหตุ หากปฎิบัติธรรมแล้ว มีอะไรไปรายงานหมอ ระวังโดนเพิ่มยานะค่ะ 555
     
Loading...
กระทู้ที่คล้ายกัน - พระพุทธเจ้าเคยตรัสว่าโรค ลมบ้าหมู ห้ามบวช
  1. มาจากดิน
    ตอบ:
    0
    เปิดดู:
    612

แชร์หน้านี้

Loading...