เรื่องเด่น ยมบาลมีจริง ?!! "พ่อเฒ่าวัย ๗๑ ปี" หลังตายแล้วฟื้น ตรงกับคำบอกเล่าของ "หลวงพ่อฤาษีลิงดำ" !!

ในห้อง 'ภพภูมิ-สวรรค์ นรก' ตั้งกระทู้โดย SiTa, 10 กุมภาพันธ์ 2018.

  1. SiTa

    SiTa เป็นที่รู้จักกันดี ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    9,254
    กระทู้เรื่องเด่น:
    932
    ค่าพลัง:
    +29,502
    8888-3.jpg

    ยมบาลมีจริง ?!! จากคำบอกเล่าของ "พ่อเฒ่าวัย ๗๑ ปี" หลังตายแล้วฟื้น สุดอึ้ง!! สาส์นลับที่ได้จากยมบาล ตรงกับคำบอกเล่าของ "หลวงพ่อฤาษีลิงดำ" !!



    IMG_8860(2)(1).jpg

    จากกรณีที่เมื่อวานนี้ ( ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑) มีการรายงานว่า มีพ่อเฒ่าวัย ๗๑ ปี ที่จังหวัดสุรินทร์ ตายแล้วฟื้น หลังจากที่ครอบครัวร่วมสวดบท อิติปิโส ภาวนาจนเกิดมีปาฏิหาริย์ กลับฟื้นคืนชีพอีกครั้ง และเมื่อพ่อเฒ่าวัย ๗๑ ปี ฟื้นขึ้นมา ก็ได้เล่าให้ครอบครัวฟังว่า ช่วงที่ตายตนไปไปท่องแดนยมบาล พบมีแต่คนหมอบคลานเต็มไปหมด ตนนอนอยู่ในโลงศพ ยมทูตได้ปลุกให้ลุกขึ้น พร้อมกับบอกตนว่า ให้กลับขึ้นมาบอกลูกบอกหลาน ให้ช่วยกันหมั่นทำบุญทำกุศล สลึง ห้าสิบสตางค์ก็ทำบุญได้ เวลาเห็นพระเดินบิณฑบาตอย่างพากันเดินหนี ตนไม่เคยทอดกฐิน เพียงแต่เคยไปวัดทำบุญสม่ำเสมอ ตนตื่นมาก็เห็นสายสินธ์ผูกมัดข้อมือเต็มไปหมด จึงถามยายว่าตนเป็นอะไร ตนตายไปแล้วแต่ยมบาลให้กลับมาคืน เพราะลูกหลานทำพิธีบายเสรย สวดอิติปิโส ภาวนา ๗๗ รอบ จนเกิดมีปาฏิหาริย์ กลับฟื้นคืนชีพอีกครั้ง เพื่อมาบอกและเน้นย้ำ ให้ลูกหลานและชาวบ้านทุกคน หมั่นทำบุญ ทำกุศลและสร้างความดี




    13907156_952296971547385_7942264723055290238_n(2).jpg

    ทั้งนี้จากคำบอกเล่าของพ่อเฒ่าวัย ๗๑ ปีที่ตายแล้วฟื้น หากย้อนไปฟังคำบอกเล่าของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ เป็นการได้ชัดว่า สิ่งที่พ่อเฒ่าเล่าให้ลูกหลานฟังกับสิ่งที่หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ได้เล่าไว้ ก็เป็นเรื่องเดียวกันนั่นก็คือ การทำบุญ สร้างกุศล โดยหลวงพ่อฤาษีลิงดำได้เล่าว่า

    เรื่องการอุทิศส่วนกุศล ท่านพระยายม (ลุงพุฒิ) ท่านมาสั่งให้หลวงพ่อบอกลูกหลาน เมื่อวันปวารณาออกพรรษาปี ๒๕๓๑ ซึ่งหลวงพ่อได้เล่าให้ฟังดังนี้

    พระยายมกับท่านลุง (นายบัญชี) มาเที่ยววันออกพรรษา บอกว่า คนที่ผมจะช่วยได้ต้องเฉพาะคนที่ผ่านสำนักผมเท่านั้นนะ

    ถามท่านว่า "ลุงมีข่าวอะไรส่งข่าวบ้างล่ะ?"

    ท่านบอกว่า "ไม่มี ผมหยุดนรกการ ๓ วัน"

    รู้จักไหม...ชาวบ้านเขาหยุดราชการ ใช่ไหม ท่านหยุดนรกการ ๓ วัน เมื่อวานนี้ (ออกพรรษา) วันนี้ (ปวารณา) และพรุ่งนี้

    ถาม "ทำไม..?"

    ท่านบอก "วันสำคัญนี่วันมหาปวารณาผมไม่สอบสวน"

    เลยถามว่า "ถ้าเวลาที่ลุงไม่สอบสวน พวกที่คอยการสอบสวนเขามีอิสระ ใช่ไหม?"

    ท่านบอกว่า "ตามปกติเขาก็มีอิสระอยู่แล้ว ไอ้ที่ไปยืนที่นั่น เขายืนรอคนไม่ให้ลงนรกเท่านั้นเอง" คือว่า ท่านมีหน้าที่ไม่ให้ลงนรก

    แต่ก็ต้องไปตามกฏแห่งกรรม ถ้ารู้กฎของบุญนิดหนึ่ง ท่านให้ไปสวรรค์ก่อนเลย ท่านจัดอย่างนั้น

    เลยถามท่านว่า "ถ้าเขามีอิสระอย่างนี้ เขาไปได้ไหม?"

    ท่านบอกว่า "เขาไปไหนก็ได้ ถึงเวลาสอบสวนเขาก็มาเอง กฏของกรรมมันบังคับ"

    หมายความว่า เขาจะต้องถูกสอบสวน ไม่งั้นเขาจะลงนรกทันที ถ้าเขามาที่นั่นยังมีโอกาสพ้นหรือไม่พ้น ยังไม่แน่

    เลยถามว่า "ถ้าบรรดาญาติเขาอุทิศส่วนกุศลให้เขาจะมีโอกาสได้รับไหม?"

    ท่านบอกว่า "ถ้าญาติฉลาด...ได้รับทุกคน"

    ญาติฉลาด หมายความว่า ทำบุญแล้วอุทิศส่วนกุศลให้ตรงให้คนเดียว อย่าให้คนอื่น แต่ต้องออกชื่อนะ เพราะเวลานั้นยังเป็นเวลาปลอดอยู่
    มีสภาพคล้ายสัมภเวสี

    ก็ถามท่านว่า "ทำบุญอย่างไหน พวกนี้จึงจะได้ไปสวรรค์ชั้นสูง มีความสุขมาก มีความสุขน้อย หรือไม่ได้รับเลย"

    ท่านบอกว่า "แดนใดไม่มีบุญ ทำแล้วก็ไม่ได้รับเหมือนกัน"

    หมายความว่า พระเรานี่ล่ะเป็นพระแต่หัว แต่ผ้าเหลือง มีไหม นี่แหละทำไปเท่าไรเจ๊งหมด ขาดทุน ท่านบอกว่าอย่างนี้ทำเท่าไรก็ไม่มีผล อุทิศส่วนกุศลให้แก่พวกนั้น เขาก็ไม่ได้รับเพราะรับไม่ไหว ถ้าทำบุญที่เขตมีบุญน้อย เขาก็มีอานิสงส์น้อย เขก็มีความสุขน้อย นี่เราไม่ต้องพูดกัน ทำบุญที่มีอานิสงส์ใหญ่ ที่เป็นบุญมากก็ได้รับผลมาก

    ก็ถามถึงบุญ "ท่านบอก สังฆทาน นี่ดีที่สุด"

    แล้วท่านก็บอกว่า "ไปบอกชาวบ้านเขานะว่า คนที่ผมจะช่วยได้จริงๆ ต้องเฉพาะคนที่ผ่านสำนักผมเท่านั้นนะ"

    อย่าง สัมภเวสี เปรต อสุรกาย ไม่ผ่านท่าน ท่านช่วยไม่ได้



    ท่านก็เลยบอกว่า "เอาอย่างนี้ เวลาเขาทำบุญเสร็จอุทิศส่วนกุศลให้แก่คนตาย ถ้ายังไม่มั่นใจให้บอกว่า ถ้าบุคคลนี้ยังไม่มีโอกาสโมทนาเพียงใด ขอให้พระยายมเป็นพยานด้วย ถ้าหากว่าพบเธอเมื่อใด ขอให้บอกเธอโมทนาเมื่อนั้น"

    ท่านบอกว่า เพียงแค่เท่านี้แหละ ผมก็ไม่ต้องสอบสวนมันโผล่หน้าเข้าไป ผมก็บอกว่า "เฮ้ย...เขาทำบุญอย่างโน้นมึงโมทนาเว้ย มันก็ไปสวรรค์เลย แค่นี้ล่ะ ผมก็ไม่ต้องเหนื่อย

    แล้วหลวงพ่อก็จบการสนทนาระหว่างท่านพระยายมเพียงแค่นี้


    เรียบเรียงโดย

    เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ
    http://www.tnews.co.th/contents/412405
     
Loading...

แชร์หน้านี้

Loading...