เรื่องเด่น วิทยาศาสตร์ชี้"โทรจิต"มีจริง!ไม่แปลกที่พระสงฆ์ 1,250 รูป รวมตัวกันโดยมิได้นัดหมาย ในสมัยพุทธกาล!

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย SiTa, 18 มกราคม 2018.

  1. SiTa

    SiTa เป็นที่รู้จักกันดี ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    9,248
    กระทู้เรื่องเด่น:
    925
    ค่าพลัง:
    +29,463
    วิทยาศาสตร์ยุคปัจจุบันชี้ "โทรจิต" มีจริง !!! จึงไม่แปลกเลยที่ พระสงฆ์ 1,250 รูป จะรวมตัวกันโดยมิได้นัดหมาย ในสมัยพุทธกาล !!!


    117142055.jpg



    วันมาฆบูชา เป็นวันที่พระสงฆ์รวมตัวกันโดยมิได้นัดหมาย 1,250 รูป และเชื่อว่ามีหลายคนเคยสงสัยว่า ทำไมพระสงฆ์ตั้งมากมาย ถึงมาสถานที่เดียวกัน วันเดียวกัน หรือเวลาเดียวกันพร้อมๆกันได้ โดยมิได้นัดหมาย วันนี้เราเลยจะมาคุยกันเรื่องนี้ โดยเราจะนำวิทยาศาสตร์ปัจจุบันเข้ามาผนวกให้เห็นถึงความเป็นไปได้เมื่อเทียบกับการพิสูจน์ในทฤษฎีที่กำลังหาคำตอบในปัจจุบันนั่นคือ "โทรจิต"

    Magha-Puja-Day.jpg


    หากพูดถึงคำว่า โทรจิต หลายคนคงคุ้นเคยกับคำนี้กันเป็นส่วนใหญ่ โทรจิต คือการสื่อสารแบบหนึ่ง แต่ไม่ได้ผ่านจะการพูดคุยหรือใช้สัญลักษณ์ต่างๆ และโดยไม่จำเป็นต้องอยู่ใกล้ชิดกัน คือการสื่อสารที่ส่งผ่านกันรับรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้งหมด แม้จะอยู่ไกลกันคนละซีกโลกก็ตามแต่โดยส่วนใหญ่เราจะรู้จักโทรจิต หรือ เทเลพาธี ได้จากในนิยาย หรือละคร แต่รู้หรือไม่ว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้ มีทฤษฎีว่าด้วยการใช้เทคโนโลยีมาช่วยเหลือให้การสื่อสารแบบเทเลพาธีระหว่างคนต่อคนเป็นความจริงขึ้นมาได้

    เพื่อพิสูจน์ความเป็นไปได้ตามหลักการดังกล่าวทีมนักฟิสิกส์ระดับผู้เชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ทำการทดลองโดยอาศัยเทคโนโลยีเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบันมาใช้ เพื่อสื่อสารทางความคิดระหว่างบุคคล 2 คน ซึ่งอยู่ห่างไกลกันมาก คนแรกอยู่ในประเทศอินเดีย ส่วนอีกคนอยู่ในประเทศฝรั่งเศส คำที่ใช้สื่อสารเพื่อการทดลองครั้งนี้เป็นคำทักทายง่ายๆ อย่างคำว่า "โฮลา" (สวัสดี) และ "เชา" (บ๊ายบาย)

    117142055.jpg

    โดยศาสตราจารย์จากฮาวาร์ดผู้นี้เปิดเผยว่า "เราใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ในรูปของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าขึ้นมาได้สำเร็จ" หรือ เอาง่ายๆก็คือ พิสูจน์แล้วว่าคลื่นสมองสามารถส่งผ่านเป็นคำพูดออกมาได้ หรือใช้โทรจิต ได้จริงนั่นเอง

    ในการทดลองนั้น จะมีผู้ทดลอง 2 คน ไม่เห็น ไม่ได้ยิน อยู่คนละที่ ห่างไกลกันชนิดที่เรียกว่าไม่มีทางสื่อสารกันได้แน่นอน โดยการสวมเครื่องอ่านคลื่นสมองอีเลคโตรเอนเซฟาโลแกรม หรือ อีอีจี ที่ใช้เชื่อมต่อคลื่นสมองกับคอมพิวเตอร์ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต โดยคอมพิวเตอร์มีหน้าที่เปลี่ยนคลื่นสมอง และความคิดในสมองออกเป็นข้อมูลดิจิตอลที่ใช้ภาษารหัสฐาน 2

    โดยให้คิดถึงคำง่ายๆ เช่น สวัสดี บ๊ายบาย และคิดถึงบุคคลอีกฝั่งหนึ่งที่อยู่ไกลกันผลปรากฏว่า ผู้รับสารสามารถรับสัญญาณดังกล่าวได้ โดยปรากฏในลักษณะของแสงวาบขึ้นในสมองส่วนของการมองเห็น และสามารถตีความสัญญาณดังกล่าวได้ในที่สุด

    ศาสตราจารย์อัลวาโร ปาสคอล-เลโอน นักประสาทวิทยาจากสำนักการแพทย์ฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ผู้ร่วมวิจัยและเขียนรายงานการทดลอง กล่าวว่า พิสูจน์แล้วว่าคนเราสามารถสื่อสารสมองต่อสมองโดยผ่านเคลื่อข่ายเชื่อมกลางได้ สามารถรู้ว่าเขาคิดอะไรต้องการสื่ออะไร กิจกรรมในสมองต่างๆส่งผ่านสู่กันและกันได้เป็นผลสำเร็จ

    ศาสตราจารย์อัลวาโร ปาสคอล-เลโอน ยังเล่าต่อว่า ในอนาคตเชื่อว่า เราจะสามารถสื่อจากสมอง สู่สมองได้โดยตรงโดยที่ไม่ต้องผ่านเครื่องมือต่างๆเป็นจุดเชื่อมกลางได้เป็นแน่ หากเรารู้วิธีควบคุมและใช้มันอย่างมีระบบ

    brain-stock-photo.png




    นี่เป็นหลักฐานที่พิสูจน์และยืนยันทางวิทยาศาสตร์แล้วว่า โทรจิต มีอยู่จริง การสื่อสารจากสมองสู่สมองนั้น มีจริง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ พระสงฆ์จำนวน 1,250 รูป จะรู้ว่าต้องไปที่ไหนรวมกันที่ไหน หรือเวลาใด โดยที่ไม่มีการติดต่อกัน คาดเดาว่า องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าท่านอาจจะรู้วิธีควบคุมคลื่นสมองหรือโทรจิตได้นั่นเอง

    โดยเมื่อไม่นานก็เคยมีเหตุการณ์แปลกประหลาดอย่างนี้มาแล้วครั้งหนึ่งนั่นคือเรื่องราวของสมเด็จพระสังฆราชใช้โทรจิตนั่นเอง อ่านได้ที่ลิงค์ข้างล่าง

    http://www.tnews.co.th/contents/td/371336

    26755-30(2).jpg

    อ้างอิงข้อมูลจาก - www.prachachat.net , pantip.com
    เรียบเรียงโดย
    ปิยะนัย เกตุทอง


    ขอบคุณที่มา
    http://www.tnews.co.th/index.php/contents/403082
     
  2. เงาเทวดา

    เงาเทวดา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    392
    ค่าพลัง:
    +308
    ทั้งฟิสิกส์ เคมี และชีวะ
    องค์พุทธะ สอนไว้ ให้หมดแล้ว
    คณิตศาสตร์ วิศวะ ทุกเรื่องแนว
    รู้พายแจว สร้างเทคโน เทคนิคกรรม

    ระดับรูป หรือจิต ฝึกคิดทำ
    บทลำนำ ทำพลัง งานเคลื่อนที่
    โมเลกุล อะตอม นาโนมี
    สุดดีกรี ที่วิญญาณ งานวิชา

    ถูกต้องจ้า... ทุกคำถาม เช่น คน พืช สัตว์ สิ่งมีชีวิตทั้งมวล สรรพสิ่งทั้งหลาย ธาตุทั้งหมด โลก จักรวาล เกิดขึ้นมาอย่างไร พุทธศาสตร์ตอบได้ทั้งหมด ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ แต่วิทยาศาสตร์เอง ขาดคุณสมบัติสำคัญ คือความรู้ระดับวิญญาณ ที่ใช้มาตรวจสอบ ด้วยการตอบเรื่องเหล่านี้ ต้องอิงศาตร์มากมายหลายแขนง เพื่อใช้มาตอบ แต่คุณสมบัติผู้รับคำตอบ มีไม่เพียงพอ

    แม้ที่สุด ผู้สำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้ว มีเพียงระดับอัครสาวกเท่านั้น ที่อาจสามารถรู้ได้ แต่อยู่ในขีดจำกัด คือรู้ในระดับแผนที่เรื่อง คือสามารถเข้าสู่รายละเอียดในเชิงลึกได้แค่เท่ากับอายุบารมีของตน คือประมาณอสงขัยเศษๆ ทั้งยังต้องมีความเชื่อที่มั่นคง มีบัณฑิตผู้พี่(ผู้สำเร็จนิพานไปแล้วในอดีต ในระดับพระพุทธเจ้า) ให้รู้ จึงจะรู้ได้ เบื้องต้น แค่นี้ก่อนจ้า...

    แปลว่า พุทธศาตร์ตอบได้ทุกคำถาม คำตอบบางอย่าง ตอบผ่านในระดับฌาน ญาณ ประมาณนี้แล...
     
  3. sasha199

    sasha199 คนดี ไฝ่หาธรรมะ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    1
    ค่าพลัง:
    +0
    ขอบคุณมากค่ะ น่าสนใจจริงๆ
    สาธุๆๆ☸️☸️
     
  4. เงาเทวดา

    เงาเทวดา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    392
    ค่าพลัง:
    +308
    อวิชาย่อมตั้งอยู่ไม่ได้บนความรู้
    ความรู้ก็ตั้งอยู่ไม่ได้บนความหลง เช่นเดียวกัน (พุทธ)
    .
    กำเนิดธาตุ พืชสัตว์ ทุกสรรพสิ่ง
    ครูรู้จริง จักวาล ทุกการก่อ
    ทั้งแสนโกฏิ จักรวาล มีไม่พอ
    ธรรมสานต่อ ไม่สิ้นสุด หลักการเดิม
    เราสรรเสริญ ความรู้ครู ไม่ต่อเติม
    ไม่มีเพิ่ม แต่อาจลด จดไม่ถึง
    ที่รองรับ วิชา ควรคำนึง
    ถ้าไม่ซึ้ง ไม่อาจรู้ นัยความจริง

    เรื่องบางอย่าง สอนผ่าน ระดับฌาน
    มีเพียงงาน ทางกาย บ่ทราบถึง
    รู้กำเนิด วิญญาณ ต้องร่วมคลึง
    พระลึกซึ้ง ทุกกำเนิด ธาตุที่มี
    เราบรรทุก บารมี น้อยดีกรี
    จึงทำพลี แผนที่ ให้เล็กน้อย
    ด้วยที่ตั้ง เรื่องรู้ ยังต้องคอย
    เวลาสอย ความจริง อิงคุณครู

    เรื่องรู้นี้ ใช้วิชา หลายแขนง
    เคยแสดง ในธาตุ ขาดประสาน
    ทั้งชีวะ ฟิสิกส์ เคมีงาน
    ไม่พอจาร ยังขาดรู้ หลายวิชา
    คณิตศาสตร์ วิศวะ ต้องนำมา
    อีกเวลา พลังงาน จารเข้าร่วม
    ทั้งเรื่องจิต วิญญาณ ไม่กำกวม
    จึงพอสวม เรื่องรู้ ดังกล่าวมา

    ด้องอาศัย บัณฑิต ผู้เป็นพี่
    ร่วมเห็นดี นัยงาน จารให้รู้
    บารมี พอตั้งเรื่อง ใหญ่หน้าดู
    คุณของครู ยื่นให้ จึงได้ความ
    แปลว่ามี ครูวิญญาณ เห็นดีงาม
    ให้รู้ตาม บารมี ถึงรู้ได้
    แค่แผนที่ แต่ไม่อาจ รู้รสนัย
    รู้ทางใจ ให้มี ดีแต่ความ

    "ดีแต่ความ" หมายถึงความรู้ในระดับ สุตตะมยปัญญา คือปัญญาที่ได้จากการฟัง อ่าน ยังไม่ถึงพร้อมด้วยจินตามยปัญญา และภาวนามยปัญญา ขยายความว่า ยังไม่อาจเรียกว่า "รู้แจ้ง แทงตลอด" ประมาณนี้แล....
     

แชร์หน้านี้

Loading...