เรื่องเด่น อาถรรพ์คำพูด

ในห้อง 'เรื่องผี' ตั้งกระทู้โดย Mathura, 25 กันยายน 2016.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. Mathura

    Mathura The root of suffering is attachment

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 มกราคม 2012
    โพสต์:
    798
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +4,956
    ตอนเด็กๆ ลุงพราหมณ์เคยกล่าวสอนฉันเสมอ “จงเมตตาให้มาก เมตตาเป็นธรรมะปกครองคน และจงพูดจาเปี่ยมด้วยความเมตตา” หลายๆอย่างที่ลุงพราหมณ์สอนฉัน และสิ่งหนึ่งที่ฉันจำได้คือทุกครั้งเวลาที่ลุงพราหมณ์ทำพิธี ลุงจะห้อยสร้อยคอ มีรูปเศียรช้างสีขาว แกว่งไกวไปมาเมื่อลุงเริ่มสวดอัญเชิญเทวดา ดูมีพลังและมนต์ขลังเสมอ เสียงเป่าแตรสังข์ ขั้นตอนพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธ์ ชายชราในชุดขาววัยเก้าสิบสองปีทำพิธีดูราวกับหนุ่มๆ ท่านมักสอนข้อคิด สอนการสวดมนต์ และพิธีอัญเชิญต่างๆ อาจเป็นเพราะความเอ็นดูหรือรู้ว่าฉันสนใจเรื่องพิธีกรรมของคนโบราณก็เป็นได้ องค์พระคเณศสีดำที่ลุงมอบให้ มักเป็นสิ่งหนึ่งที่ฉันมักพกไปไหนเสมอ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพระลึกถึงครูบาอาจารย์ทางวิชาชีพและเตือนตัวเองไม่ให้ยอมแพ้ต่ออุปสรรคต่างๆ

    ฉันชอบตัวอักษรที่ท่านมักเขียนบ่อยๆ ท่านกล่าวว่าทั้งตัวอักษรและคำพูดล้วนมีความศักดิ์สิทธ์ และคำหยาบคายต่างๆล้วนไม่เป็นมงคล เช่นเดียวกับก๋งของเพื่อน ฉันชอบเวลาที่ท่านหยิบ “จื่อหนานเจิน” หรือเข็มทิศจีนเวลาที่จะอ่านชะตาฟ้าดิน หรือเหตุมงคลต่างๆ ให้เพื่อนของฉันฟัง ฤกษ์มงคลหรืองานแต่งงานต่างๆ ทุกคนล้วนจะเดินทางมาหาก๋ง ขอให้ก๋งหาฤกษ์แต่งงาน หรือฤกษ์ก่อตั้งธุรกิจต่างๆให้กับเครือญาติเสมอ ก๋งมักเอ็นดูฉันเพราะฉันสามารถดื่มโอเลี้ยงร้อนๆไม่ใส่น้ำตาล อยู่ในวงสนทนากาแฟ แม้ฟังภาษาจีนไม่ออก แต่ฉันคิดว่าท่านคงเอ็นดูฉันเหมือนหลานสาวอีกคน เคยมีคนถามฉันหลังเรียนจบว่าได้เงินเดือนเยอะไหม ฉันตอบว่า “ไม่ ตอนนี้จนอยู่” ก๋งใช้สายตาดุฉันและบอกเป็นภาษาจีน พอจับใจความได้ว่าอย่าพูดจาไม่เป็นมงคลกับตนเอง ห้ามตอบว่า”ไม่มี” เป็นต้น

    ทั้งลุงพราหมณ์และก๋งมีความเชื่อที่เหมือนกัน ฉันเองก็อยู่ใกล้ผู้ใหญ่หลายท่านเพื่อเรียนรู้งาน ทำให้ฉันต้องระมัดระวังคำพูดของตัวเองเสมอ แม้ว่าบางคนก็อ้างว่าคำพูดตรงๆแบบแรงๆ นั้นเป็นการแสดงความจริงใจ ฉันอดสงสัยไม่ได้ว่าสังคมเรานั้นยอมรับคำพูดจาประชดประชัน หรือหยาบคาย ชอบด่าคนอื่นเป็นเรื่องน่าชื่นชมอย่างนั้นหรือ

    ปีสี่แปดฉันเข้ามาทำงานร่วมกับเพื่อนๆ อีกสองคนให้กับหน่วยงานแห่งหนึ่งเพื่อเรียนรู้สาขางานเชี่ยวชาญ เพื่อนร่วมงานหรือเจ้าหน้าที่คนอื่นมักเรียกหัวหน้าของทีมงานฉันว่า ”แม่” เพราะความเมตตาและความเอาใจใส่ของท่าน การได้หัวหน้าที่ดี ล้วนเป็นกำลังใจให้กับลูกน้องเสมอ ความดีนั้นมักดึงดูดกัลยาณมิตรให้เข้ามารู้จักกัน

    หลายคนมักเตือนฉันให้ระวังท่านประธานหรือ”บอสใหญ่” ผู้หญิงวัยห้าสิบปีที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธาน สำหรับฉัน ท่านดูเป็นผู้หญิงที่ดูอ่อนกว่าวัย แต่มักมีอะไรบางอย่างทำให้ฉันไม่กล้าเข้าใกล้ เพื่อนฉันมักเห็นเงาดำทะมึน มีแว่บหนึ่งวันโกนหรือวันพระ บอสเรียกฉันเข้าไปบอกว่าเอาขนมไปทานกัน ท่านเอาขนมมาฝาก ฉันกลับรู้สึกเหมือนโดนเข็มหลายร้อยเล่มทิ่มแทงที่มือตอนที่ยื่นออกไปรับขนม ฉันก้มหัวขอบคุณแล้วเดินออกมา วางกล่องขนมไว้โต๊ะกลางห้อง เรื่องแปลกคือไม่มีใครกล้าหยิบทานขนมและสุดท้ายก็โดนหนูแทะ (ขนาดอาหารญี่ปุ่นมาม่าของมธุรายังโดนเจาะเลยค่ะ)

    การนอนค้างห้องแล็ปเป็นงานเจเนอรัลเบ๊ที่เหนื่อยและไม่มีคนอยากทำ แต่หัวหน้าอนุญาตให้ฉันและทีมงานอยู่ดึกได้ เวลาฉันเดินเข้าห้องน้ำ ทั้งที่ทั้งแผนกมีฉันกับทีมงานสามคน กลับมีเสียงคนพูดคุยกันไม่ได้ศัพท์ และเงาดำเดินขวักไขว่ไปมาตรงประตูกระจกในห้องทำงานของบอส ฉันแปลกใจแต่ก็ไม่ได้สนใจเพราะเพื่อนๆเคยเล่าให้ฟังว่าเจอเหมือนกัน ภายหลังพี่เจ้าหน้าที่บอกว่าในห้องทำงานของบอสมีวัตถุสีดำบรรจุในขวดอยู่เสมอ และมักเตือนว่าหากบอสให้ของอะไรมา ระวังไว้หน่อย หลายคนเวลาได้ของกินเล่นหรือของฝากจากบอส มักไม่กล้าเอากลับบ้านด้วย นอกจากวางไว้ที่โต๊ะ

    ฉันนั่งหัวเราะและคะเนว่าอาจเป็นเพราะความปากร้ายของบอส ทำให้ไม่มีคนส่ายหน้าหนี แต่ฉันยอมรับว่าเพื่อนฉันนั้นกลับจะระแวงบอสมากกว่าปรกติ แล้วส่งสัญญาณด้วยสายตาเตือนฉัน การทำงานในหน่วยงานฉันเลือก ไม่นินทาเจ้านาย ไม่ขายเพื่อน ไม่หวงน้อง ทำให้อยู่รอดมาได้ แม้ว่าจะเจอคำพูดไม่ดีบ้างจากบอส ฉันเคยจำได้ว่าบอสตำหนิฉันว่า ”อย่างเธอจะมาทำงานที่นี่ หัดเจียมตัวเองเสียบ้างว่าเป็นแค่ผู้ช่วยจากxxxxxx” ตอนนั้นมธุราสมัครเข้าไปแต่ไม่ทราบว่าบอสมีคนของท่านแล้ว คิดแค่ว่าอยากได้ประสบการณ์ว่าเวลาสอบเข้าทำงานหน่วยงานนี้เป็นอย่างไร

    ฉันลืมเรื่องนี้ไปนานแล้วเพราะคำพูดที่บอสมักใช้คำพูดเราะร้ายและดูถูกคนอื่นเสมอๆ แม้ว่าบอสดูเหมือนคนชอบทำบุญ แต่ฉันกับเพื่อนๆรู้สึกแปลกๆ และบางทีมักได้กลิ่นเหมือนน้ำมันจันทร์ทั้งๆที่ห้องแล็บกลิ่นสารเคมี ไม่ใช่กลิ่นแบบนี้ ครั้งหนึ่งฉันไปเข้าห้องน้ำที่ชั้นห้า เพราะไม่อยากเดินผ่านห้องของบอส ระหว่างฉันปิดประตูห้องน้ำและทำธุระส่วนตัวก็มีคนมาตบประตูห้องน้ำหลายๆ ที พร้อมทั้งเสียงหัวเราะ ฉันนั่งงงไปสักครู่แล้วพอจะเปิดประตูไป ฉันกลับดันประตูไม่ออกราวกลับว่ามีแรงหรือคนแกล้งดันประตูไว้ นาทีสุดท้ายฉันหมดความอดทน ฉันยกเท้าแล้วถีบประตูดังปัง! แล้วหันตามเสียงฝีเท้า เสียงคนตบประตู แต่ทั้งชั้นห้ากลับว่างเปล่า เพื่อนฉันอีกสองคนวิ่งตามบันได แล้วมองหน้าถามว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะได้ยินเสียงดังจากการถีบประตู กลัวว่าฉันเป็นอะไร ฉันมองดูหน้าเพื่อนรู้ว่าสองคนนี้ไม่ได้แกล้งอะไรแน่ๆ เพราะเราต่างคนต่างวิ่งมาเจอกัน แล้วทำไมฉันไม่เห็นมือหรืออวัยวะของคนที่ขังฉันไว้ในห้องน้ำ แต่เมื่อถามหน่วยรักษาความปลอดภัย ฉันกลับพบว่ามีเพียงฉันกับเพื่อนอยู่ที่ชั้นหก และทีมงานอื่นกลับไปก่อนสองทุ่ม

    บอสเคยพูดจาแปลกๆกับพวกเรา “พวกเธอรู้ไหมว่าพี่มีอะไร พวกเธอทำอะไรพี่รู้หมด เพราะบริวารมารายงานหมด” บอสยิ้มหันหน้าไปทางหิ้งที่เต็มไปด้วยวัตถุแปลกๆ ขวดบรรจุวัตถุสีดำและน้ำมันเหลืองๆ เพื่อนฉันก้มหัวไหว้ แล้วลากฉันออกมา ฉันยังคงต้องการเก็บประสบการณ์อีกสักระยะ แต่เพื่อนฉันหมดความอดทนจึงเลือกลาออกไปก่อน

    ฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ฉันตัดสินใจลาออกจากโครงการคือน้องแก้ว ลูกของตำรวจเกษียณบำนาญเรียนต่อปริญญาโท และเป็นคนกตัญญูต่อพ่อและแม่ น้องแก้วเป็นลูกทีมที่ฉันเอ็นดูแล้วภายหลังกลายมาเป็นเพื่อนสนิทในกลุ่มของฉันเพราะความดีงามของน้อง ปีนั้นน้องแก้วประสบอุบัติเหตุรถยนต์และตั้งใจว่าจะลาออก แต่พวกเราต่างช่วยเป็นกำลังใจ น้องแก้วเริ่มลางานเพื่อไปกายภาพทำให้บอสไม่พอใจ มีวันหนึ่งบอสเจอฉันกับน้องแก้วระหว่างบันไดเชื่อมไปห้องแล็บ ฉันเดินช่วยขนของอุปกรณ์ต่างๆให้น้อง บอสพูดว่า “อย่างเธอน่าจะตายๆไปนะ ไม่ต้องมาทำงานหรอก สภาพทุเรศลูกตา” ฉันหน้าชาแต่ไม่ได้โต้ตอบอะไร เพราะรู้นิสัยความปากร้ายของบอสอยู่แล้ว น้องแก้วจับแขนเสื้อฉันไว้แล้วพยายามกลั้นน้ำตา เพราะหลังจากประสบอุบัติเหตุ การสูญเสียคนรักและการต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล น้องแก้วระเบิดอารมณ์แล้วร้องไห้ คำพูดของบอสเหมือนมีดกรีดแผลให้ลึกขึ้น ฉันรู้เรื่องความปากร้ายและรู้ว่าบอสใช้วาจาแบบนั้นกับคนหลายคนแต่คำพูดแช่งให้คนอื่นไปตายต่อหน้า มันเป็นคำพูดที่รุนแรงเกินไป

    ฉันเดินไปหาหัวหน้ารายงานให้ท่านทราบว่าฉันจะทำงานจนจบโครงการเดือนมีนาคมเท่านั้น เพราะไม่สามารถทนต่อบอสใหญ่ได้ คำพูดหลายๆครั้งที่เค้าทำร้ายฉันมันไม่เท่าไร แต่คนแบบนี้ที่ ดูภายนอกเหมือนเป็นคนดี ทำไมต้องพูดจาว่าร้าย สาปแช่งคนอื่น ฉันรู้ว่าฉันเป็นเพียงลูกจ้างภายนอก การสูญเสียงานมันไม่ร้ายแรงเท่ากับการเสียความรู้สึกที่มีต่อบอส ฉันกล่าวกับหัวหน้าว่าฉันไม่สามารถทำงานให้กับคนแบบนี้ได้ มีนาคม ฉันเขียนใบลาออกส่งต่องานเป็นที่เรียบร้อย พร้อมได้ข่าวดีว่าน้องแก้วกลับมาชีวิตได้อย่างปรกติและกำลังแต่งงาน

    ฉันลืมเรื่องนี้ไปหลายปีแล้ว แต่เมื่อไม่นานฉันได้เจอน้องแก้ว น้องเล่าเรื่องราวของอดีตบอสใหญ่ให้ฟังว่าพี่จำได้ไหมที่บอสใหญ่เคยด่าหรือสาปแช่งเราไว้อย่างไรบ้าง ฉันนั่งหัวเราะพลางจำเรื่องราวของบอสใหญ่ได้ คำพูดจาเราะร้ายที่หลายคนได้เจอ ความอดทนเพื่อเรียนรู้งานเป็นเรื่องที่ดี หัวหน้าของฉันและเพื่อนร่วมงานของฉันเป็นคนดีเท่านั้นก็เป็นเรื่องที่ดีมากเกินพอแล้ว น้องแก้วยิ้ม และเล่าเรื่องทีมงานคนอื่นๆว่าแต่ละคนเป็นอย่างไรบ้าง บทสนทนาชะงักเมื่อน้องแก้วเอ่ยถามว่า

    “พี่จำได้ไหมบอสน่ะ คนที่ชอบแช่งแก้วให้ตาย และบอสก็ด่าพี่ว่าxxxxxx”
    “ผ่านไปแล้ว ช่างมันเถิด”
    “ลูกชายของบอสจบปริญญาเอกจากออสเตรเลียมา กลับมาจะแต่งงาน แต่รถไปคว่ำแถวทางด่วน กลายเป็นอัมพาต คำพูดที่เค้าสาปแช่งมันย้อนกลับไปหาบอสและคนในครอบครัวทั้งหมด”
    ฉันถอนหายใจพลางส่ายหน้าช้าๆ กรรมยังคงทำหน้าที่ของมันได้อย่างเที่ยงตรงเสมอ คำพูดดีกลายเป็นคำอวยพรและคำพูดไม่ดีกลายเป็นคำสาปแช่งได้ อักขระและเสียงบทสวดมนต์ คำอวยพรของผู้ปรารถนาดี ล้วนเป็นมงคล ฉันหลับตาลงนึกถึงคำพูดของลุงพราหมณ์ช้าๆว่า "อย่าใช้คำพูดด่าสาปแช่งคนอื่นนะ" ลุงพรามหณ์กล่าวก่อนเป่ากะหม่อมและลูบหัวฉันอย่างเอ็นดู

    *มธุรารู้แต่ว่าบอสมีอะไรหรือเลี้ยงอะไรสักอย่าง เพราะมักจะได้กลิ่นธูป ทีมงานคนอื่นๆก็เคยบอกมาว่าบอสเล่นของ แต่ไม่ได้เจออะไรเป็นจริงเป็นจังไม่ได้น่ากลัว เพื่อนชิงหนีลาออกก่อน บอกทนไม่ได้ว่าอะไรบางอย่างเพ่นพ่านทุกวัน สู้งานไม่กลัวแต่เยอะขนาดนี้ ขอหนีก่อน ปรกติสายงานจะทำงานกับหัวหน้าไม่ต้องเจอบอสใหญ่ค่ะ จริงๆคำพูดที่เจอแรงกว่านี้มากแต่จำไม่ได้ทั้งหมดค่ะ

    **ลุงพราหมณ์ท่านเสียชีวิตจากโรคชรา มธุราพบท่านครั้งสุดท้ายตอนที่ท่านมาประกอบพิธีที่บ้านมธุรา ลูกศิษย์ของท่านบอกเพียงว่าหลังๆท่านไม่ได้ทำพิธีเองเท่าไร เพราะอายุมาก หลายครั้งคำพูดของท่าน มธุราก็ยังคงรักษามาถึงทุกวันนี้ค่ะ

    ***มธุราเขียนเรื่องนี้ไม่ได้ต้องการว่าร้ายใครกับคนที่ทำงานด้วยเพราะมธุราเป็นเพียงลูกจ้างของโครงการค่ะ ดังนั้นชื่อตัวละคร สถานที่และหน่วยงานจึงขอปิดบังไว้ค่ะ แต่ขอฝากเรื่องคำพูด สำหรับน้องๆหรือบางคน การใช้คำหยาบคาย กรุณาดูคนฟัง ดูกาลเทศะให้มากๆ อย่าให้คำพูดมันไวไปกับสื่อ Social ต่างๆ และการอยากให้คนอื่นยอมรับไม่จำเป็นต้องใช้คำหยาบคายกับคนอื่นค่ะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 25 กันยายน 2016
  2. Higtmax

    Higtmax เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 ธันวาคม 2011
    โพสต์:
    1,075
    ค่าพลัง:
    +2,715
    เป็นแบบรูปแกะสลักเล็กๆ ดองอยู่ในนั้นเปล่าเหนอ

    ของที่ทำงานผมก็เจอครับ เล่นของแล้วดันเผลอตัวของเข้าตัว คุมไม่ได้ เพี้ยนงานการไม่ทำ

    ของพวกนี้ยามโปรโมชั่นก็ใช้ดีครับ แต่ต้องหมั่นเติมโปร และห้ามทำผิดข้อตกลงเด็ดขาด แถมสัญญาการใช้งานก็ซาตานดีๆนี่เอง วันไหนๆทำผิดพลาดเหอๆ ดอกเบี้ยแพงแน่นอน

    พระอาจารย์เคยบอกไว้ว่า ทำผิดศีลข้อ 4 บ่อยๆ จะทำให้เจ้ากรรมนายเวรได้จังหวะเล่นงานเราสะดวกยิ่งขึ้น เช่น หกล้ม แทนที่ ขาจะเคล็ด จะมีตัวซ้ำให้ขาหัก
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 25 กันยายน 2016
  3. Mathura

    Mathura The root of suffering is attachment

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 มกราคม 2012
    โพสต์:
    798
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +4,956
    @Higtmax มธุราไม่รู้จักค่ะว่าสิ่งนี้เรียกว่าอะไร แต่รู้ว่าเป็นวัตถุเหมือนแกะสลักสีดำเล็กๆอยู่ในขวด แล้วบอสมักพูดคนเดียวบ่อยๆค่ะ ไม่น่าจะแช่อิ่ม ตอนนั้นมธุราไปทำบุญที่วัดอยู่ตรงข้ามกับที่ทำงานบ่อยๆค่ะ เวลาเจอเรื่องแปลกๆหากอยู่ดึกๆค่ะ แต่ก็ไม่เคยโดนหรือเจออะไรนะคะ เพื่อนที่นอนค้างแล็บจะเจอเสียงเหมือนคนท่องมนต์แปลกๆ เหมือนไม่ใช่บทสวดก็มีค่ะ

    @Sathu-Sathu, น้ำเกลี้ยงไปเอามะม่วงแช่อิ่มไปทานเล่นพลางๆนะคะ ช่วงนี้ไม่ว่างเลยไม่ค่อยเขียนจ้า เหมือนลืมเชิญใครอีกคน น้อง Snooty
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 กันยายน 2016
  4. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    6,080
    ค่าพลัง:
    +27,507
    ส่วนตัวเรียกว่าเป็นพวกพรายกระซิบครับ(ดูจากกิริยานะครับ
    เพราะไม่รู้เหมือนกันว่าจริงๆเรียกว่าอะไร)​
    หลักการคือ เอาดวงวิญญานของคนที่
    ตายไปนานมากแล้ว ย้ำว่าตายไปนานมากแล้ว
    แล้วมาทำพิธีตามรูปแบบของเค้า ซึ่งเป็นสายดำครับ
    พวกนี้เอกลักษณ์คือ ผิวจะออกสีดำด้านๆทั้งชุดทั้งตัวครับ

    ไม่ใช่แบบกุมารทองที่เอาดวงวิญญานที่พึ่งเสียชีวิต
    หรือกุมารทองหรือพรายกุมารแบบ
    พระมีชื่อที่เกิดจากกำลังจิตผู้ทำนะครับ
    กระซิบบอกกล่าวได้เหมือนกันแต่กระซิบกันคนละแบบ
    และคนละระดับกำลังจิต คนระดับคุณธรรมของผู้สร้าง
    แตกต่างๆกันอย่างสิ้นเชิง
    อย่างหลังถือว่าเป็นสายขาว เน้นช่วยเพื่อ
    โน้มให้เข้าสู่พุทธศาสนา ส่วนสายดำ
    เน้นเพื่อสนองกิเลสหรือความต้องการของตนเองล้วนๆ

    ให้หลีกห่างอย่าไปใกล้ดีที่สุดครับ..พวกสายดำ
    เลื่องไม่เชื่อง เพราะถึงเวลาหนึ่งเค้าจะเอาเราไปเป็น
    พวกเค้านั่นหละครับ โดยเริ่มแรกคือโน้มน้าวจิตใจ
    ให้ออกไปทางเค้าก่อน พอเวลาร่างกายไม่สมบูรณ์
    พวกนี้มันจะเข้ามาดึงมาแทรกตัวจิตเราทันที..
    ไม่เหมือนสายขาวที่จะยกระดับ
    จิตขึ้นไปตามกำลังบุญที่ได้รับแล้วก็ออกไปเอง
    ยกเว้นวัตถุในธรรมชาติบางอย่างที่จะเวียนเข้ามา
    ได้ใหม่เอง เช่น พวกธาตุกายสิทธิ์ต่างๆครับ..
    ปล.ประมาณนี้หละครับ
     
  5. sathu-sathu

    sathu-sathu ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤษภาคม 2014
    โพสต์:
    242
    ค่าพลัง:
    +360
    หายไปน้าน นาน.. >_< แต่ก็รอ.. ฮ่าๆๆ

    ขอบคุณเรื่องราวดีๆ ที่นำมาแบ่งปันค่ะ:cool: ..นับถือคุณมธุรา นิ่งได้อีก

    ...ส่วนตัว..บางทีก็สติหลุด ปากร้ายค่ะ -__-!
    พยายามจะอุเบกขา อุเบกแตก ตลอดค่ะ... เฮ้อออออ

    เมื่อวาน .... พวกขับรถมาตัดหน้า เบรคสะหัวทิ่ม.. เผลอด่าหลุดปากไป (รีบไปตายหรือไง :boo:)
    ..พูดเสร็จก็คิดว่าตัวเอง ....เพราะถ้าเค้าเป็นอะไรขึ้นมา ครอบครัวเค้าจะเป็นยังไง เหวอออ ต้องอโหสิกรรม ตามหลังตลอด เหอะๆๆ
    (ไปว่าเค้า ...เรานี่แหละเลวก็เค้า... เถียงกันกะตัวเองตลอด ฝ่ายมืด ฝ่ายขาว เอิ๊กๆๆ)

    ต้องคอยระวังจิตตัวเองค่ะ... มันมาไวมาก ฮ่าๆๆ
    ..ขอรอเรื่องราวต่อไปด้วย ตำกล้วยละกันนะคะ แซ่บขนาด อิอิ
     
  6. Mathura

    Mathura The root of suffering is attachment

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 มกราคม 2012
    โพสต์:
    798
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +4,956
    เวลาเจอรถพยาบาล บางคนก็จะเอ่ยคำไม่ดี แต่คนรอบตัวมธุราจะพูดขี้นมาเลยว่า "ขอให้ปลอดภัย" แทนค่ะ และอาจจะเพราะทางสายอาชีพของมธุราต้องสำรวม และระมัดระวังการวางตัวมากกว่าปรกติอยู่แล้วก็ได้ค่ะ

    เรื่องนี้ที่หยิบมาเขียนเพราะได้เจอน้องแก้วหรือลูกทีมที่ร่วมงานด้วย คือพอนั่งคุยกันทุกคนกลัวเพราะคำพูดทุกอย่างที่เค้าเคยแช่งทีมงานและคนอื่นๆ มันย้อนกลับมาที่ตัวเค้าและคนที่เค้ารัก บางทีอาจเป็นแรงจิต บางทีอาจเป็นผลจากการเลี้ยงสิ่งที่ไม่ดี มธุราไม่สามารถตอบได้ค่ะ

    แต่ตัดสินใจเล่าเรื่องนี้เพราะฝากให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับการใช้คำพูดส่อเสียด ว่าร้าย ยุแยง หยาบคาย เป็นอะไรที่ต้องระวังและอย่างน้อยที่สุดแล้วเรื่องนี้น่าจะให้ข้อคิดอะไรได้บ้าง เอิ่มตำกล้วย น้องคะ ไปชวนคุณ Snooty มาทานด้วย จะได้วงทานข้าวใหญ่ขึ้นจ้า
     
  7. sathu-sathu

    sathu-sathu ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤษภาคม 2014
    โพสต์:
    242
    ค่าพลัง:
    +360

    ฮ่าๆๆๆ @Snooty จะกินเป็นไหม >_<"
     
  8. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    6,080
    ค่าพลัง:
    +27,507
    เรื่องนี้ไม่ใช่ลักษณะของวาจาสิทธิ์นะครับ
    แต่เป็นเรื่องของการใช้คำพูดเชิงอกุศล
    พูดแบบไม่คิดไตร่ตรอง ซึ่งผลกระทบ
    ที่ย้อนเกิดกลับมาอาจจะโดนกับตัวเอง
    และก็จะส่งผลต่อคนใกล้ชิดตนเองได้
    ซึ่งที่จริงแล้วอาจจะเกิดจากสาเหตุอื่นๆก็ได้
    เช่น การขับรถโดยประมาทก็ได้ครับ..
    แต่หากเราขาดการพิจารณาก็จะทำให้เรา
    ไปโทษโน้นนี่นั้นได้ โทษว่าเป็นเรื่องของกรรม
    ทั้งๆที่กรรมก็คือการกระทำของเรานี่หละครับ
    ถามว่า ถ้าขับรถไม่ประมาท จะมีโอกาสเกิด
    เหตุรถคว่ำไหม ฝากประเด็นนี้เอาไว้พิจารณา
    ด้วยอีกประเด็นหนึ่งนะครับ

    ถ้าวาจาสิทธิ์ก็คือ พูดอะไรตอนนั้น
    ผลก็จะเกิดภายในเวลาอีกไม่นาน
    นะเวลานั้น เช่น ไปตายซะ
    และเดินออกไปก็มีเหตุให้ตาย
    นี่คือลักษณะของวาจาสิทธิ์
    ซึ่งมักจะเกิดขึ้นได้กับบุคคล
    ที่ค่อนมีพื้นฐานจิตใจที่ดี
    และก็เกิดกับบุคคลที่มี
    พื้นฐานทางด้านกำลังจิต
    ซึ่งกำลังจิตก็จะต้องสูงกว่า
    บุคคลที่ไปว่ากล่าวด้วยครับ
    ผลถึงจะเกิดขึ้นได้ แต่ว่า
    มันจะกลายเป็นวิบากรรมครับ
    ซึ่งบุคคลที่รู้อยู่แล้วว่าตนมีวาจาสิทธิ์
    โดยปกติจะระมัดระวังคำพูดอยู่แล้วครับ


    แต่จากเรื่องเล่าเข้ากรณี
    เหมือนหนังพระพุทธเจ้าภาคล่าสุดนั่นหละครับ
    ก็คือเมื่อเราเอาแตงโม ไปให้เค้า แต่ว่า
    เค้าไม่รับ ถามว่าแตงโมลูกนี้จะเป็นของใคร
    นั่นหละครับ...แต่อุบัติเหตุก็เกิดขึ้นได้
    เพราะความประมาทเช่นกันครับ
    และส่วนมากจะเป็นเพราะประมาททั้งนั้นหละครับ
     
  9. Mathura

    Mathura The root of suffering is attachment

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 มกราคม 2012
    โพสต์:
    798
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +4,956
    @Nopphakan ขอบคุณค่ะที่มาอธิบายเพิ่มเติมนะคะ สนุกดี ตัวมธุราเองก็มองหลายอย่างค่ะ สำหรับน้องแก้วเชื่อว่าเป็นเรื่องของกรรม มธุรามองตามหลักทางวิทยาศาสตร์มากกว่าแต่ไม่มีความรู้เรื่องพวกนี้ ไว้คราวหน้าจะเล่าเรื่องเจ้าที่จังหวัดนครนายกให้ฟังค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ
     
  10. thaiput

    thaiput เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    9,529
    ค่าพลัง:
    +27,615
    อ่านแล้วได้คติสอนใจดีๆครับ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม สาธุๆๆๆ
     
  11. TheVisionMind

    TheVisionMind เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2014
    โพสต์:
    1,846
    ค่าพลัง:
    +2,235
    ไม่ใช่แค่คำพูดครับ .. ความคิดในใจ ก็เช่นเดียวกัน

    ทำอะไรไป .. มันย้อนกลับมาหาตัวหมดครับ ไม่ช้าก็เร็ว
     
  12. Snooty

    Snooty เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    180
    ค่าพลัง:
    +667
    เรื่องนี้เขียนได้แร่มมากค่ะ ขอบคุณสำหรับแง่คิดเรื่องนี้ค่ะคุณ มธุรา ตัวเองก็ปากไม่ค่อยดี ออกไปทางท้าตีท้าต่อย บางทีก็ลืมไปว่าตรูเป็น ญ 555 คงต้องพยายามมีสติให้มากๆ

    ปล มาปูเสื่อ จิบคาปูรอเรื่องต่อไป (กดดันๆๆ 555) (อิอิ)

    มาแล้วจ้า ช่วงนี้มีความยุ่งเลยไม่ค่อยเข้ามาอ่าน

    ตำกล้วยยังไม่เคยกิน แต่จัดมาๆ ยังไงต้องขอลองสักครั้ง น่าจะดีต่อสุขภาพ (เวลา output) อิอิ
     
  13. น้ำเกลี้ยง

    น้ำเกลี้ยง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กุมภาพันธ์ 2014
    โพสต์:
    205
    ค่าพลัง:
    +494
    มะม่วงดอง นี่หากินยากครับแถวนี้ เอา เป็นแตงกวาดองไปก่อน 555 :cool:

    ...... ชอบเรื่องนี้มากเลย เพราะเราเคยอยู่ในมหาลัยหลายปีดีดัก


    เห็นภาพห้อง แลป ที่ มีเครื่อง mass spectometry ละเจ้า หน้าที่คุม lab

    ใส่เสื้อกาว เดินกันขวักไขว่ .... แต่เดี๋ยวก่อน! มีขวด น้ำมันสีเหลือง และ

    กระดูกอะไรอยู่ข้างใน :'( คือแบบว่า ผมว่าเมืองไทยบ้าน เราเป็นที่เดียวใน

    โลก ที่ มีการเชื่อมต่อกับเรื่อง จิตวิญญาณอย่างเหนียวแน่น ทั้งในเชิง

    สัญลักษณ์ และ แบบจริงจัง ในทุกระดับประชากร ... สิ่งเหล่านี้มันส่งผล ต่อ

    เนื่อง และ สุดท้ายก็ต้อง รับผล ของกรรม... ตัวใครตัวมันละครับ 555555

    ปล คุณ Mathura มีประสบการณ์ ผีฝรั่งมั้ยครับ ต้องมีแน่ๆ คุ้นๆว่ามาทำวิจัย

    ต่อที่เมืองนอกเมืองนาด้วยป่าว :boo:
     
  14. Mathura

    Mathura The root of suffering is attachment

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 มกราคม 2012
    โพสต์:
    798
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +4,956
    มีค่ะ ขอเก็บไว้ก่อน อาทิตย์หน้าค่อยเล่าค่ะ มุติดโครงการงานที่ทำอยู่ค่ะ เดี๋ยวเก็บมาเล่าให้ฟังค่ะ แต่โดยมากคุยกันไม่รู้เรื่องค่ะเพราะมุไม่เก่งภาษาอังกฤษค่ะ มุโบ้ยเป็นภาษาอื่น เค้าเลยไปหลอก roommate แทนค่ะ คือเวลาเขียนเรื่องผี มุจะมองหาแก่นการเล่าเรื่อง บางเรื่องมาจากแรงหรือสิ่งกระทบที่ทำให้เขียนเรื่องได้ หรือบางเรื่องมาจากความรักความห่วงใย บางเรื่องมาจากเหตุการณ์ร่วม หรือ จากข้อคิดที่มธุรามองค่ะ ถ้าเรื่องไหนจริง มธุราก็จะบอกไปตามตรง แต่ยอมรับว่าจะมีการดัดแปลงข้อมูลเช่นชื่อสถานที่ทำงาน หรือชั้น ตึกค่ะ เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของเพื่อนและคนที่เกี่ยวข้อง

    ดังนั้นเวลาเขียนมธุราจะใช้เวลาแค่ชั่วโมงเดียว เหมือนเห็นภาพทุกอย่างไหลลื่นเข้ามาแล้วเราก็แค่ถ่ายทอดค่ะ อย่างน้อยอาจจะได้เห็นความเชื่อของคนรุ่นก่อน หรือบางทีแค่เก็บไว้ว่าเรื่องที่เล่าคืออะไร หลายเรื่องมธุราเองอยากได้คำตอบค่ะว่า สิ่งที่เกิดขี้นนี้มีจริงหรือไม่ มธุรากับเพื่อนเจออะไร แต่อยากให้มองเรื่องของการมีสติมากกว่าที่จะกลัวผีค่ะ

    ขอบคุณค่ะที่ติดตาม และขอบคุณทุกท่านค่ะ ที่มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน โดยเฉพาะคุณ Nopphakan และน้องๆที่ปูเสื่อกินสารพัดตำ บังเอิญทานเจค่ะ ดังนั้นคราวหน้าจะชวนมาทานอาหารเจแทนนะคะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 30 กันยายน 2016
  15. ดอกโบตั๋นสีชมพู

    ดอกโบตั๋นสีชมพู เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 ตุลาคม 2012
    โพสต์:
    132
    ค่าพลัง:
    +118
    พี่มธุราขาหนูขอถามหน่อยค่ะ แล้วถ้าเกิดเราโมโหใครมากๆเพราะเค้าทำกับเราร้ายมากๆแล้วเผลอปากไปพูดแช่งเค้ากับเพื่อนแต่เจ้าตัวเค้าไม่ได้ยินแบบนี้จะโดนกรรมหนักสนองไหมค่ะ
    ปล.พอแช่งกับเพื่อน เพื่อนก็ร้องเตือนค่ะว่าไม่ควรแช่ง เราก็ถอนคำพูดไป(แต่ตอนนั้นไม่ค่อยเต็มใจเพราะโกรธมาก)และหลังๆก็ยังคิดมากกลัวที่แช่งเค้าไปเพราะอารมชั่ววูบจะมาเกิดกับเราค่ะ ฮือๆ
     
  16. Mathura

    Mathura The root of suffering is attachment

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 มกราคม 2012
    โพสต์:
    798
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +4,956
    @ศุภรัสมิ์ ถามคุณ Nopphakan ค่ะ มธุราไม่มีความรู้เรื่องพวกนี้แต่จากเรื่องนี้อาจเป็นเรื่องของความประมาทของเจ้าตัวก็ได้ค่ะ ไม่ได้เกิดจากดารสาปแช่งหรือการพูดไม่ดีเพียงอย่างเดียว มันน่าจะมีหลายอย่างประกอบกันค่ะ ซึ่งตัวมธุราไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้บอสหลังจากที่เจออะไรแปลกๆ ค่ะ เพราะบอสชอบพูดว่าตัวเองเป็นพวกมีวิชาแนวนี้ค่ะ มธุราพวกไม่เชื่อทีเดียวค่ะ

    มันมีหลายปัจจัยค่ะไม่ใช่ว่าพูดไม่ดี ด่าคนอื่น แล้วจะเกิดผลสิ่งที่แย่คือปากอยู่ใกล้หู มันก็เข้าหูคนพูดสาปแช่งนั้นก่อน แน่นอนหากเราคิดไม่ดี จิตเราก็จะแย่ตาม นี่คือสิ่งที่มธุราคิดนะคะ ดังนั้นเวลาอ่านเรื่องผีทุกเรื่อง ต้องใช้วิจารณญาณและสติประกอบคู่กันด้วยนะคะ ส่วนเรื่องนี้รอผู้เชี่ยวชาญค่ะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 30 กันยายน 2016
  17. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    6,080
    ค่าพลัง:
    +27,507
    เด่วเล่าอะไรให้ฟัง
    อะไรที่มันเกิดขึ้นแล้ว ก็แล้วไป
    ไม่ต้องไปอะไรกับมัน
    ผ่านมาแล้วกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้
    เอาปัจจุบันก็พอ ไม่ต้องคิดสิ่งที่ผ่านมา
    ไม่ต้องสนอนาคตอะไรครับ...
    เพราะคนที่มีวาจาสิทธิ์ ก็คือ
    พูดอะไร คนนั้นจะต้องเป็นอย่างที่เค้าพูดครับ
    จะยกตัวอย่างเรื่องที่เคยเกิดขึ้นจริงให้ฟังนะครับ
    ในอดีตมีหลวงพ่อท่านหนึ่งแถวๆ จ.นนท์ ซึ่งท่านละสังขารไปแล้ว
    บอกว่าโยมท่านหนึ่งว่า เด่วมึงก็ตายอย่างหมาหรอก
    เหตุเพราะว่าโยมคนนั้นดันทะลึ่งไปยิงหมาที่อยู่ในวัด
    ต่อหน้าต่อตาท่าน ผลปรากฏว่า อีก ๓ วันโยมคนนั้น
    โดยยิงเสียชีวิตจริงๆ นี่คือลักษณะท่านที่วาจาสิทธิ์
    ทั้งๆที่ท่านไม่ได้เน้นทางด้านฤิทธิ์นะครับ
    เน้นด้านปัญญา แต่ด้วยที่ท่านมากบารมี
    เป็นเหตุให้ท่านมีวาจาสิทธิ์ครับ
    พอเข้าใจลักษณะบุคคลที่จะมีวาจาสิทธิ์นะครับ
    นอกจากการฝึกจิตให้มีกำลังจิต
    และมีฤิทธิ์แต่ปกติคนที่ทำได้
    เราไม่ต้องห่วงครับ เพราะเค้าจะระมัด
    ระวังเรื่อง คำพูดเป็นอย่างนี้
    ไม่งั้นคงไม่สามารถฝึกให้มี
    อะไรพิเศษได้หรอกครับ
    ถ้ายังเป็นประเภทปากพร่อยๆ
    พูดเอามันอย่างเดียวแบบไม่ดูหัวดูหาง


    ยกเว้นว่า เราจะไปปรามาส บุคคลบางประเภท
    ที่ไม่ควรปรามาส อย่างนี้เป็นอีกกรณีหนึ่งครับ
    เช่น ผู้ที่เราเชื่อได้ว่า ท่านเป็นพระอริยะเจ้า
    ผู้ปฏิบัติที่ทำตัวดีมาตลอด หรือ กลุ่มพวกที่
    เค้ามีบารมีทางภพภูมิมากๆ บางทีผลจะเกิดเร็ว
    เพราะต่างฝ่ายก็ต่างมีผู้ศรัทธาครับ
    แต่คงจะหากรณีแบบนี้ได้ยากหน่อยนะครับ
    ยกเว้นว่า เป็นคนหลงตัวเองมากๆ
    ไม่รู้เหนือรู้ใต้ ถึงมีสิทธิจะได้เจอครับ

    ส่วนการที่เค้ามา เคยพูดไม่ดีกับเราหรืออะไรก็ตาม
    แล้วเค้าเป็นโน้นนี่นั้น ก็อาจจะมีเหตุจากองค์ประกอบ
    หลายๆอย่างร่วมด้วย แต่ก็เป็นธรรมดา
    เราจะเคยได้โบราณว่า ''ปลาหมอตายเพราะปาก
    คนปากไม่ดี ก็มักจะไม่ตายดีนั่นหละครับ ''


    และการแช่งมันเป็นวจีกรรม...เอาแบบจริงๆเลยนะ
    แท้จริงๆแล้วมันไม่ใช่ตัวจิตของเราเองหรอกครับ...
    มันเป็นกระแสที่มาจากภายนอก
    และมันมาปรุงร่วมกับตัวจิตเรา
    ทำให้เราเข้าใจไปเองว่ามันเป็นตัวเรา ณ​ เวลานั้น
    แต่พวกนี้ ต้องอาศัยการฝึกเจริญสตินะครับ
    ถึงจะเข้าได้ว่า จริงๆแล้วมันไม่ได้เกิดจากตัวจิตครับ
    ถ้ายังไม่เห็นตรงนี้ ร้อยละร้อยจะคิดว่าเป็นตัวจิตเราครับ
    หน้าที่พวกนี้ก็คือ จะดูว่า เราจะเล่นด้วยหรือเปล่า...
    สิ่งหนึ่งที่บ่งบอกว่า จิตเราจริงๆเป็นอย่างไร
    ก็คือสำนึกที่เรามีหลังจากเกิดเรื่องราวขึ้นได้นั้นหละ...

    มีตัวอย่างประกอบครับ เพื่อว่าอ่านของท่านนี้จะเข้าใจได้ดีขึ้น
    พิมพ์ คำว่า ธรรมกะ ในช่องคำค้น ของเฟสดูนะครับ
    แล้วไปอ่านหัวข้อ
    **** " ห้ามไม่ได้ ใจมันชอบโพล่งคำหยาบๆ " *****
    จะเข้าใจอะไรๆได้ดีขึ้นครับ (^_^)
    ยังไง กรรมวิบาก มันก็แรงที่สุดนั้นหละครับ
    เพียงแต่ว่า เราอย่าไปสร้างเหตุ หรือ ประมาท
    ชะลาใจ จนเป็นเหตุให้มันเกิดขึ้น
    ในอนาคตได้ก็พอครับ
    เพราะ กรรมวิบาก จะเหนือกว่า บุญฤิทธิ์ และ อิทธิฤิทธิ์นะครับ (^_^)

    ปล.สรุปว่า ให้มันแล้วๆไป ไม่ต้องไปอะไรๆกับมัน
    อยู่กับปัจจุบันก็พอครับ
     
  18. ดอกโบตั๋นสีชมพู

    ดอกโบตั๋นสีชมพู เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 ตุลาคม 2012
    โพสต์:
    132
    ค่าพลัง:
    +118


    สาธุ ขอบคุณค่ะ
     
  19. Mathura

    Mathura The root of suffering is attachment

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 มกราคม 2012
    โพสต์:
    798
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +4,956
    เรื่องแถม แววตาสยอง

    เนื่องจากอาทิตย์หน้าไม่ว่างงานยุ่ง เลยเอาเรื่องนี้มาเล่าให้ฟังค่ะเรื่องนี้เกิดขึ้นระหว่างตอนที่มธุราเรียนปริญญาโทค่ะ บางทีเหนื่อยมากก็จะอาศัยขอนอนค้างที่บ้านเพื่อนที่พ่อแม่รู้จัก โดยเฉพาะช่วงสอบ บางทีไม่ได้นอนเพราะนั่งท่องตำรายันเช้า

    มีคืนหนึ่งเพื่อนในแผนกชวนฉันไปนอนด้วยเพราะที่บ้านไม่มีใครอยู่ ด้วยความที่เหนื่อยล้าจากการอ่านหนังสือมาหลายวัน ฉันยึดโซฟาหนังเหยียดตัวเองนอนลงเพียงเพื่อจะหลับสักครู่ ฉันไม่อยากนึกว่าพรุ่งนี้จะสอบอะไร และเหนื่อยล้าจากการอ่านตำราทำให้สายตาฉันล้าเกินกำลัง ฉันผล็อยหลับไป ผ่านไปสักสี่สิบนาที ฉันพยายามจะลุก ขยับตัวจากโซฟาเพื่อจะลุกขึ้นมาอ่านหนังสือต่อ ฉันลุกไม่ขึ้น คอของฉันเหมือนมีแรงหรือน้ำหนักมากดทับไว้ ฉันหายใจไม่ออก แม้ว่ามือหรือขาพอจะกระดิกได้ อาการ sleep paralysis ฉันนึกในใจ หรือเรียกอีกอย่างว่า”ผีอำ”

    สมองของฉันพยายามใคร่ครวญอย่างช้าๆ ว่านี่ผีหรืออาการล้าจากการพักผ่อน ฉันพยายามคาดเดาต่างๆนานา และยังประมวลผลช้าๆ “ไม่เป็นไร” ฉันเตือนตัวเองช้าๆ ลองกระดิกนิ้ว กลับมารู้สึกกายอีกครั้ง แต่แรงกดที่ต้นคอของฉันกลับไม่ได้ลดลงไป สิ่งนี้ต้องการทำร้ายฉันหรือเปล่า หรือว่าฉันมานอนบ้านเพื่อนแล้วไม่ได้ไหว้เจ้าที หรือเป็นแค่อาการของร่างกาย มือของฉันยังขยับได้ ฉันลืมตาขึ้นมาท่านกลางห้องมืดๆ แววตาจ้องมองมาที่หน้าฉัน แม้ว่าสายตาของฉันสั้น ฉันสามารถบอกได้ว่านี่คือแววตา และฉันได้ยินเสียงร้องครางแบบแปลกๆ แววตาและสีหน้า แม้ว่าห้องจะมีไฟสลัวๆจากประตูของห้องนอนผิง ฉันเห็นเพียงก้อนดำๆหรือเงาดำๆ และเสียงร้องครางแบบแปลกๆ ฉันรวบรวมกำลังครั้งสุดท้าย พยายามตะโกนสุดกำลังเพื่อเรียกชื่อเพื่อน

    “ผิงๆ! ช่วย!” ฉันหายใจไม่ออก แต่ได้ยินเสียงของเพื่อนวิ่งและเปิดประตูออกมาจากห้องนอน

    “เอ้ย เฮ้ย! มานอนที่นี่ได้ไง” ฉันได้ยินเสียงผิงกล่าว แต่รู้ว่าแรงกำลังของฉันที่จะยันตัวขึ้นนั้นแทบจะไม่เหลือ ผิงวิ่งมาชะโงกหน้า ไม่เป็นไรนะ พลางเอามือคว้าไปที่เงาดำ หรือบางสิ่งที่กดทับคอฉันอยู่ แล้วช้อนมันขึ้นมา ฉันลุกพรวดคว้าแว่นตา แล้วพยายามหายใจ เกิดอะไรขึ้น มันคืออะไร? คำถามวนเวียนในหัวฉัน

    ฉันจึงรู้ตัวอีกทีเมื่อเห็นกลุ่มก้อนเงาดำนั้นอย่างชัดเจน


    ********
    แมวดำเปอร์เซียหนักหกกิโลของผิงนอนพาดคอฉันอยู่เนื่องจากมธุราไปแย่งที่นอนมันค่ะ

    ใครจะไปรู้ว่าโซฟาเป็นที่นอนของแมว วันนี้ไม่เล่าเรื่องผีค่ะ วันพระ แต่เรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องกระตุ้นต่อมอยากรอเรื่องผีของมธุราไปพลางๆ ตอนนี้แนะให้อ่านของกระทู้คนอื่นๆไปพลางๆค่ะ บังเอิญได้อ่านเรื่องของคุณเมธาวี1 เลยนึกเรื่องอาการผีอำ แต่จริงๆของมธุราเรียกว่าแมวอำจะเหมาะกว่า
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 ตุลาคม 2016
  20. Snooty

    Snooty เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    180
    ค่าพลัง:
    +667
    55555 กดไลค์รัวๆๆค่ะ

    ตื่นมาเจอโพสนี้ในวันพระ อารมณ์ดีเลย ขอบคุณคร่าคุณมธุรา

    เคยมีประสบการณ์คล้ายกันค่ะ แต่ไม่ใช่แมว แต่เป็นมือ snooty เองที่ไม่รู้เผลอเอามาไขว้ค้ำคอตัวเองตั้งแต่เมื่อไหร่ เลยเกิดอาการ "มืออำ" ตอนนั้นเกือบตายว่าทำไมมันอำไม่ปล่อยซักกะที จนสติทำงานเต็มร้อย จึงค่อยรู้ว่าเป็นมือตรูเองที่อำ (เข้าข่ายหลอกตัวเองนะเนี่ยะ 555)

    ปล ดูแลสุขภาพนะคะ อย่าหักโหม
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...